กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 901

๘๒ ปีที่ไทยชุ่มชอุ่มสุข

ด้วยเพียงทุกพระบาทย่างทิศทางไหน

ทรงขจัดปัดร้อนผ่อนผองภัย

ทรงห่วงใยไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

( ด.ช.วีระยุทธ เบญจมสุวรรณ )


กลอนบทที่ 902

พระปฐมบรมราชโองการทรงดำรัส

หมายครองรัฐโดยธรรมเป็นนิจสิน

เพื่อผองชนพ้นทุกข์สุขชีวิน

น้ำพระเมตตารินทั่วถิ่นไทย

( ด.ช.วีระยุทธ เบญจมสุวรรณ )


กลอนบทที่ 903

พระราชกรณียกิจแม้ทรงหนัก

มิทรงพักหากปัญหาจะต้องไข

ยามสิ้นเรื่องที่ราษฎต้องร้อนใจ

โครงการใหม่ทรงริเริ่มเสริมปัญญา

( ด.ช.วีระยุทธ เบญจมสุวรรณ )


กลอนบทที่ 904

ไทยดำรงคงอยู่ในวันนี้

ก็เพราะพระบารมีปกเกศา

ทรงผ่อนทุกข์บำรุงสุขด้วยพระเมตตา

ดุจบิดรมารดาของแผ่นดิน

( อรวรรณ ลลิตนารา )


กลอนบทที่ 905

พระประมุขของไทยคือในหลวง

ทรงเป็นห่วงปวงชนทุกท้องถิ่น

ให้ความรู้พอเพียงเพื่อทำกิน

ทั่วแผ่นดินมีสุขหมดทุกข์ภัย

( ด.ญ.กิติยา พุทธรักษา )


กลอนบทที่ 906

เย็นหยาดพระปุญญามาปกเกศ

เย็นหยาดสุขสิ้นเทวษเหตุหม่นไหม้

เย็นหยาดฉ่ำน้ำพระราชหฤทัย

เย็นหยาดใสการุณย์เกื้อเอื้อประชา

( ประพีร์ บุญชูตระกูล )


กลอนบทที่ 907

อันโครงการที่ในหลวงท่านทรงสอน

เปรียบดั่งพรที่ได้จากเวหา

ทรงแก้ไขปัญหาของปวงประชา

ขอบอกว่าเรารักท่านมากมาย

( ด.ช.ปัณณธร เหลืองวุฒิวงษ์ )


กลอนบทที่ 908

รินน้ำตาเต็มตื้นด้วยชื่นจิต

ด้วยตระหนักกรณียกิจองค์นิรัติศัย

บำบัดทุกข์บำเพ็ญสุขแก่ประชาไทย

น้อมดวงใจถวายบังคมจอมราชัน

( ด.ญ.สิตางศ์ หอรุ่งเรือง )


กลอนบทที่ 909

มหาราชปราชญ์แผ่นดินปิ่นกษัตริย์

สยามรัฐรุ่งเรืองประเทืองขวัญ

ทรงเป็นนักพัฒนาคุณานันต์

ขอเท่านั้น 'ทรงพระเจริญ' ยิ่งยืนนาน

( ด.ญ.บุษย์น้ำทอง ศิวากุล )


กลอนบทที่ 910

ธ ผดุงกรุงสยามนามอุโฆษ

ราษฎร์รุ่งโรจน์เกษมสุขทุกถิ่นฐาน

ขอพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ไว้เล่าขานเป็นประวัติกษัตริย์ไทย

( พรทิพย์ นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 911

พวกเราเหล่าคนไทยนั้นสุขยิ่งนัก

ท่านทรงรักและเมตตาคนยากไร้

องค์บพิตรทรงสถิตอยู่ภายใน

กลางดวงใจทุกคนรู้อยู่เพียงพอ

( ภาณุวัฒน์ ภมรศิริตระกูล )


กลอนบทที่ 912

แลชมพูงามอร่ามหล้า

ด้วยประชามารวมใจเทิดไท้พ่อ

แสงแดดกล้าหาได้พรั่นต่างเฝ้ารอ

ชีวิตขอชมบุญพ่อเพียงพอแล้ว

( รังสรรค์ นักประชาสัมพันธ์และเพื่อน )


กลอนบทที่ 913

ด้วยพระคือพ่อหลวงของปวงราษฎร์

ศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติกษัตริย์แก้ว

เกริกเกรียงไกรไทยพิพัฒน์พราวเพริศแพร้ว

ทั่วถิ่นแถวพนาไกลไทยร่มเย็น

( รังสรรค์ และครอบครัว )


กลอนบทที่ 914

ย่างพระบาท ณ ที่ใด ประชาสุข

บำบัดทุกข์ช่วงผองชนที่ยากเข็ญ

จะใกล้ไกลกันดารดับลำเค็ญ

ชื่นฉ่ำเย็น น้ำพระไทย ไหลหลั่งริน

( ราชฑูตขาว อู่หลง )


กลอนบทที่ 915

เมื่อฟ้ามืดหมองมัวระรัวร่ำ

เกิดระส่ำวิกฤติทุกทิศถิ่น

ทุกข์ทั่วไทยไกลใกล้ได้ยลยิน

พระภูมินทร์สนพระทัยหาใดเทียม

( ธนา นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 916

ปลุกประชารุ่นใหม่สนใจเกษตร

พลิกดินเขตรอบคอบด้วยจอบเสียม

ร่วมรักษาป่าน้ำเป็นธรรมเนียม

ริเริ่มเตรียมเดินตามความเพียงพอ

( ธนา นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 917

พ่อคือดวงใจในชีวิตผม

ขอชื่นชมแนวทางตามอย่างพ่อ

ทุกข์ที่ใดพ่อไปไม่รั้งรอ

เราอย่าท้อพ่อยังทำให้เราดู

( ด.ช.พุฒิเมธ อารยางกูร )


กลอนบทที่ 918

พ่อสอนสั่งให้เรารู้ประหยัด

ดูอย่างพ่อปฏิบัติเราเรียนรู้

ทุกทุกสิ่งที่พ่อทำเหมือนดั่งครู

ให้ลูกอยู่มีสุขพ่อดีใจ

( วันชัย จงมีรัก )


กลอนบทที่ 919

พ่อยิ่งใหญ่เกินกว่าใครในหล้าโลก

ไทยมีโชคมีพ่อชี้สว่างไสว

ลูกรักพ่กรักความดีรักน้ำใจ

รักพ่อไซร้รักยิ่งใหญ่เกินพรรณนา

( เรณู สายะเสวี )


กลอนบทที่ 920

พ่อคือครูผู้สร้างตัวอย่างหลัก

ให้รู้รักสามัคคีทั่วทิศา

แสนประเสริฐเลิศล้นลูกบูชา

ชาวประชาร่มเย็นเห็นทั่วไทย

( ชญงค์ รัตนแก้วมณี )


กลอนบทที่ 921

พระองค์ทรงช่วยประชาไปทั่วหล้า

ทุกไพร่ฟ้าทุกทุกคนทุกหนแห่ง

ท่านไม่หยุดทรงงานแม้อ่อนแรง

ทุกระแหงเดินต่อไปทั่วแผ่นดิน

( ด.ญ.ถิรดา พิบูลกนกพงศ์ )


กลอนบทที่ 922

โครงการพระราชดำริทรงริเริ่ม

ช่วยพูนเพิ่มพลังใจให้ทุกถิ่น

เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีวิน

ราษฎร์อยู่กินเกษมสันต์นิรันดร์กาล

( ประพีร์ บุญชูตระกูล )


กลอนบทที่ 923

ธ ผดุงกรุงสยามนามอุโฆษ

ราษฎร์รุ่งโรจน์เกษมสุขทุกถิ่นฐาน

ขอพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ไว้เล่าขานเป็นประวัติกษัตริย์ไทย

( ธนัสถ์ นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 924

สุขสวัสดิ์จันทรานภาแจ่ม

อาทิตย์แย้มส่องแสงสุรีฉาย

พระองค์ทรงเป็นขวัญกำลังใจ

ดุจดั่งสายชลพินทุ์จากสวรรค์

( ชลพินทุ์ สัตย์สม )


กลอนบทที่ 925

ฝันของพ่อ พ่อของฉัน มีฝันไหม

ฝันให้ไทย รักกัน สมานฉันท์

ฝันเพื่อใคร ปวงชาวไทย รู้รู้กัน

ไทยช่วยกัน ร่วมสานฝันพ่อเป็นจริง

( อุษณีย์ ปุณโณปกรณ์ )


กลอนบทที่ 926

ทศพิธราชธรรมนำเป็นหลัก

ทรงพร้อมพรักคุณความดีมีทุกสิ่ง

สะท้อนชีวิตทรงสอนด้วยหลักความจริง

ให้เห็นสิ่งที่ทรงทำอย่างสมบูรณ์

( ราชฑูตขาว อู่หลง )


กลอนบทที่ 927

ทุกแนวทางพระราชดำริ

ราษฎร์ปิติทรัพย์สินไม่สิ้นสูญ

วิธีการขยายขยับทรัพย์เพิ่มพูน

ทรงเกื้อกูลคิดแบบอย่างเป็นทางนำ

( ธฤษวรรณ นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 928

ภาพในหลวงทรงงานมิได้พัก

เพราะตระหนักเป็นห่วงปวงสยาม

ทรงช่วยเหลือพสกทุกเขตคาม

แม้จะยามราตรีมิบรรทม

( ด.ช.บรรหิน เลิศนิมิต )


กลอนบทที่ 929

ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ

ทุกวันวารสดใสไกลขื่นขม

เสวยสุขทุกเวลาราษฎร์ชื่นชม

คือองค์บรมราชันขวัญประชา

( อาชวี สุววรณรัตน์ )


กลอนบทที่ 930

คือพระมหากษัตราที่ยิ่งใหญ่

คือในหลวงของไทยหนึ่งในหล้า

คือกษัตริย์ประเสริฐสุดเหนือนานา

คือเทพยดาที่มีลมหายใจ

( ภณกร ไตรพงษ์ )


กลอนบทที่ 931

วันนี้ไทยก้าวหน้ารุ่งเรืองโรจน์

ไทยช่วงโชติเพราะพ่อเพียรเพียงไหน

ลูกไทยจงจดจำซาบซึ้งใน

พระมหากรุณาแห่งพระทัยพ่อแผ่นดิน

( อุดมพร อุตตโรพร )


กลอนบทที่ 932

พระบรมราโชวาทราษฎร์เปี่ยมสุข

แนวแก้ทุกข์ช่วยผ่อนคลายจนหายสิ้น

ความพอเพียงพึ่งพาเป็นอาจิณ

เพียงพออยู่พอกินสุขใจปอง

( ธนัสถ์ นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 933

พระเสโทหยดลงพระนาสิก

ทรงหวังพลิกชีวิตไทยทั้งผอง

อีกทศพิธราชธรรม ธ ทรงครอง

ทรงปกป้องราษฎร์ด้วยรักและหวังดี

( ด.ญ.ศุจิรัตน์ รัตนกูมิ )


กลอนบทที่ 934

คือธารใสไหลสู่ถิ่นดินแห้งผาก

คือแก่นรากแห่งรักโรยโปรยทุกที่

คือไออุ่นยามเหน็บหนาวร้าวชีวี

คือสุรีย์ส่องนิรันดร์ครรลองใจ

( ประพีร์ บุญชูตระกูล )


กลอนบทที่ 935

คือหัวใจคนไทยทั่วทั้งหล้า

คือแผ่นฟ้านภากว้างสว่างใส

คือแสงส่องนำทางยามย่างไป

คือเกราะแก้วคุ้มภัยที่ร้อนรถม

( สุธารัตน์ โชติกประคัลถ์ )


กลอนบทที่ 936

ต้นหญ้าแฝกแทรกรากในซากแห้ง

ดินระแหงเคยแล้งร่วนก็มวลชุ่ม

เกาะเกี่ยวกันเป็นก้อนดอนดินคลุม

เหมือนใจพ่อเกี่ยวกุมใจไทยทุกดวง

( นุชนารถ หอรุ่งเรือง )


กลอนบทที่ 937

ประนมกรยอยกบนเหนือเกล้า

แด่พระเจ้าอยู่หัวคุณใหญ่หลวง

ขอถวายพรดวงใจไทยทั้งปวง

ด้วยล้วนห่วงผู้ทรงเป็นราชา

( ราชฑูตขาว อู่หลง )


กลอนบทที่ 938

ลูกขอกราบเคารพอภิวันท์

คุณอนันต์ของพ่อล้นเกศา

น้ำใจพ่อไหลหลั่งดั่งธารา

เย็นทั่วหล้าตั้งแต่ฟ้าจรดดิน

( นิตยา นิตย์ใหม่ )


กลอนบทที่ 939

พระทรงเป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

ทุกก้าวบาททรงงานไปทั่วไทยถิ่น

เพื่อประโยชน์สุขผองไทยทั่วธรณิน

องค์ภูมินทร์โลกก้องแซ่ซ้องพระนาม

( แจน วีระพงษ์ )


กลอนบทที่ 940

ให้เพียงพอพอเพียงรู้เที่ยงธรรม

วิสัยล้ำเลิศแล้วเกิดแก้วสาม

พระภูมินทร์ปิ่นฟ้าสง่างาม

สมญานามมหาราชชนชาติไทย

( รุ่งฟ้า รัตนแก้วมณี )


กลอนบทที่ 941

คือดวงดาวแห่งความรักจากฟากฟ้า

คือนิทราแห่งความฝันอันสดใส

คือทุกสิ่งและทุกอย่างกลางดวงใจ

คือพ่อหลวงของปวงไทยอันนิรันดร์

( วสกร เดชสุธรรม )


กลอนบทที่ 942

จากพิภพจนสุดปลายของแผ่นดิน

พระภูมินทร์แผ่พระคุณใหญ่ไพศาล

เหนือจรดใต้ออกจรดตกมาเนิ่นนาน

น้อมดวงมาอันจงรักและถักดี

( ราชฑูตขาว อู่หลง )


กลอนบทที่ 943

ธ เสด็จทั่วเขตแคว้นแดนสยาม

ทุกเขตคามสุขร่มเย็นใต้รัศมี

แผ่ไพศาลทุกหนแห่งในปฐมพี

ร่มพระบารมีองค์ราชันภูมิพล

( ศิลป์ชัย วารี )


กลอนบทที่ 944

พระเสโทหยาดหยดมิถดถอย

ธ ทรงคอยห่วงใยไปทุกหน

ทรงขจัดแก่นรากความยากจน

ให้ผ่านพ้นด้วยบุญญาบารมี

( ประพีร์ บุญชูตระกูล )


กลอนบทที่ 945

อำนาจโลกขยายคลุมทุกมุมโลก

เสียงวิโยคจึงได้ยินทุกถิ่นที่

แต่ด้วยพระเมตตาพระบารมี

เป็นหลักชี้ทางใหม่ให้ปวงชน

( เลิศชาย ศิริชัย )


กลอนบทที่ 946

ทุกหยาดหยดพระเสโทเพื่อทวยราษฎร์

ไทยทั้งชาติร่มเย็นทุกแห่งหน

ล้านหยาดหยดพระเสโทชุบกมล

ไทยทุกคนซาบซึ้งพระกรุณา

( พิมพ์ภัทร ชุมแก้ว )


กลอนบทที่ 947

พระพ่อเอย...พระมิ่งขวัญของชาวไทย

ขอทวยเทพ รัตนตรัยเฝ้ารักษา

ให้พ่อสุข แสนสุขทุกทิวา

สถิตอยู่คู่ฟ้านิจนิรันดร์

( พิมพ์ภัทร ชุมแก้ว )


กลอนบทที่ 948

ได้ฟังพระโอวาทราษฎร์เป็นสุข

แนวแก้ทุกข์ชี้ให้เห็นเป็นขั้นขั้น

ความพอเพียงเลี้ยงชีวิตคิดรู้ทัน

ยึดถือมั่นการประหยัดจัดเก็บออม

( ธฤษวรรณ นนทพุทธ )


กลอนบทที่ 949

ลูกทุกคนชนชาวไทยได้อยู่กิน

บนแผ่นดินที่พ่อเฝ้าหล่อหลอม

อยากให้ลูกทุกคนร่วมรอมชอม

เพื่อถนอมรอยยิ้มพ่อให้อยู่ยง

( ตะวัน ชวลิตธำรง )


กลอนบทที่ 950

เป็นรอยยิ้มที่เห็นลูกปลูกความรัก

สามัคคีแน่นหนักดังพระประสงค์

ประชาชนมั่งคั่งชาติมั่นคง

สุขธำรงทั่วกันทั้งขวานทอง

( ชลพนัส รัชนี )


กลอนบทที่ 951

วันเฉลิมพระชนมพรรษา

ห้าธันวามหาราชแปดสิบสอง

ทุกวันนี้ไทยสุขเพราะ ธ ครอง

เราทั้งผองซาบซึ้งตรึงกมล

( ด.ญ.ฐารฎา-ด.ญ.ศุภญาดา ประเสริฐสังข์-มดิศร )


กลอนบทที่ 952

ภูมิใจที่เกิดใต้พระบารมี

ภูมิใจองค์จักรีจอมพหล

ภูมิใจเช่นหัวใจไทยทุกคน

ภูมิใจชนจงรักน้อมภักดี

( ปวริศร์ สุทธิบูลย์ )


กลอนบทที่ 953

พ่อทรงเป็นตัวอย่างด้านพอเพียง

พ่อฟังเสียงทั้งใกล้ไกลไม่หน่ายหนี

ผองชาวไทยถวายใจเป็นราชพลี

จากวันนี้วันหน้าตลอดไป

( วีระเกียรติ สันติวัฒนพล )


กลอนบทที่ 954

คือ สายฝนชโลมใจให้ฉ่ำชื้น

ธ คือผืนปฐพีที่ยิ่งใหญ่

คอยโอบอุ้มทวยราษฎร์ทั้งชาติไทย

ขอเทิดไท้องค์ราชันขวัญประชา

( อิ่น คำรังสี )


กลอนบทที่ 955

เทิดพระเกียรติในหลวงแห่งปวงชน

ให้ผ่านพ้นภัยพาลอันหาญกล้า

ราษฎรภักดีมีศรัทธา

ใช้ปัญญาตรองคิดพินิจควร

( ด.ช.ภควัฒน์ สุวรรณรัตน์ )


กลอนบทที่ 956

ถามทำไมเรารักองค์ในหลวง

เพราะท่านห่วงลูกไทยในทั่วถ้วน

ภาพพระราชกรณียกิจมากประมวล

นั้นหลากล้วนซึมซับประทับใจ

( อาคิรา กังวานภัทร )


กลอนบทที่ 957

ธ ปกป้องผองภัยยิ่งใหญ่แสน

ทั่วทุกแคว้นพระองค์ทรงถามไถ่

เป็นพ่อหลวงปวงชนของชาวไทย

เป็นสายใยได้ยลยินถิ่นไทยงาม

( ด.ญ.เกตน์สิรี รัตนแก้วมณี )


กลอนบทที่ 958

ทั้งเหนือใต้ออกตกล้วนตันตื้น

ทรงพลิกฟื้นแผ่นดินถิ่นสยาม

ให้เทียมอารยประเทศทั่วเขตคาม

จึงยังความศรัทธามหาชน

( รอยพิมพ์ ศรีเรือง )


กลอนบทที่ 959

ธ ทรงเป็นดวงใจไทยทุกผู้

สถิตอยู่ในใจไทยทุกหน

จะร่ำรวยยากดีจะมีจน

ไทยทุกคนร่วมใจถวายพระพร

( ภาษกร ดิสสระ )


กลอนบทที่ 960

ขอจงทรงพระเจริญคุ้มครองหล้า

พระเกียรติยศคู่ฟ้าประภัสสร

พระเกียรติคุณเกริกค่าทั้งนาคร

พระผู้ทรงดับร้อนทุกครอบครัว

( หทัยชนก นราดล )


กลอนบทที่ 961

ยินพระนามความทุกข์มลายหาย

ทรงผ่อนคลายสร้างรอยยิ้มไทยถ้วนทั่ว

ธ คือความกระจ่างใสไร้หมองมัว

เจ้าชีวิตเจ้าอยู่หัว ธ ทรงเป็น

( ด.ช.มนัสนันท์ มาดีประเสริฐ )


กลอนบทที่ 962

จะจงรักภักดีเป็นที่เยี่ยม

ใครทัดเทียมไม่มีที่มองเห็น

ทั่วประเทศเขตคาม ความร่มเย็น

พระทรงเป็นมิ่งขวัญอันเกรียงไกร

( สมทบ สุวรรณรัตน์ )


กลอนบทที่ 963

ธ ปกปักมวลประชาทั้งแผ่นดิน

น้ำพระทัยไหลรินเป็นธารใส

ประชาชนจงน้อมด้วยดวงใจ

ถวายชัยปกป้องพ่อของเรา

( นนทรัตน์ สุวรรณพงศ์ )


กลอนบทที่ 964

ยามประชวรปวงชนกังวลหนัก

อยู่ใกล้ไกลใจจงรักมาเยี่ยมเฝ้า

ขอให้พระอาการท่านทุเลา

ทุกหมู่เหล่าขอให้รักสามัคคี

( นภสร ชัยพันธ์ )


กลอนบทที่ 965

หลอมรวมใจรวมไทยให้เป็นหนึ่ง

ให้พ่อซึ่งเราแสนรักเป็นสักขี

ว่าเราจะตั้งตนเป็นคนดี

ให้พ่อที่เรารักภาคภูมิใจ

( อักษรา ชโลทรอุทก )


กลอนบทที่ 966

ธ ทรงเป็นประทีปทองของปวงราษฎร์

ไทยทั้งชาติพบหนทางสว่างใส

แดนทุรกันดารสักปานใด

น้ำพระทัยเมตตาควรค่าครอง

( อำพร คำรังสี )


กลอนบทที่ 967

พระเมตตายิ่งใหญ่แผ่ไพศาล

ดั่งสายธารหล่อเลี้ยงใจไทยทั้งผอง

เราคนไทยร่วมใจรักถักร้อยกรอง

ด้วยใจปองคงมั่นกตัญญู

( ปวรมณ คัญชิตากร )


กลอนบทที่ 968

ขอในหลวงล่วงพ้นจากมลพิษ

ตรึงสถิตหัวใจไทยทุกหมู่

เฉลิมขวัญพรรษาน่าเชิดชู

ขอศัตรูพ่ายพลาดปลาตไป

( ฉลวย สุวรรณรัตน์ )


กลอนบทที่ 969

ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา

เจริญพระชนพรรษาพลาดิสัย

เป็นขวัญชาติขวัญชีวิตพิชิตชัย

กอปรด้วยพระพลานามัยอันยืนยง

( สมทบ สุวรรณรัตน์ )


กลอนบทที่ 970

พระทรงเป็นกษัตริย์วิทยาศาสตร์

พระปรีชาสามารถล้วนสูงส่ง

กังหันน้ำฝนหลวงล้วนจำนง

ให้เราสุขอย่างมั่นคงทรงค้นคิด

( อรวรรณ ลลิตนารา )


กลอนบทที่ 971

ร้อยความรักร้อยศรัทธามหาศาล

เพื่อขับขานสะท้อนห้วงทุกดวงจิต

ทูลถวายแด่เหนือเกล้าเจ้าชีวิต

จตุรพิธพรชัยเฉลิมพระชนม์

( ธารทิพย์ พิมพ์บุญ )


กลอนบทที่ 972

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่ามหากษัตริย์

คือร่มฉัตรยิ่งใหญ่ในทุกหน

ธ เกริกเกียรติก้องไกลในสากล

บุญเลิศล้มหนักหนาประชาไทย

( ก. วิสุท )


กลอนบทที่ 973

เกล้าปกปักจิตรักษาใจปกป้อง

บรรเทาท่องทั่วหล้าทุกข์สิ้นสูญ

ก้าวแกร่งกล้ามุ่งสุดฟ้าสุขเพิ่มพูน

ดุจอรุณอุ่นผองข้าประชาไทย

( วรรวิสาข์ อินทรครรชิต )


กลอนบทที่ 974

พ่อหลวงของหนูท่านทรงป่วย

ขอดาวช่วยไปคุ้มครองท่านได้ไหม

ขอให้ดาวปกป้องคุ้มครองภัย

ขอให้พ่อหลับสบายได้ทุกคืน

( พิยะดา หาชัยภูมิ )


กลอนบทที่ 975

แล้วมาถึงวันที่ห้าธันวาคม

โลกชื่นชมสมใจไทยใจแช่มชื่น

หากความรักสามัคคีมียั่งยืน

ในวันอื่นเช่นวันนั้นนั่นคงดี

( ปารเมศร์ รัชไชยบุญ )


กลอนบทที่ 976

หากจะนับรวมความตามจำได้

ประเทศไทยมีองค์พระทรงศรี

ทั้งป่าน้ำล้วนสมบูรณ์พูนทวี

ทั้งความสุขก็มากมีเต็มกมล

( ด.ญ.ปิยากร ดิสสระ )


กลอนบทที่ 977

ผองไทยล้วนเทิดทูน

ธ ทรงศักดิ์ รวมใจภักดิ์เทิดไท้ในทุกหน

พร้อมพลีชีพแด่องค์ภูมิพล

ผู้นำชนชาวประชาพ้นอาดูร

( สุขสวัสดิ์ ชลสิริ )


กลอนบทที่ 978

ธ ทรงเป็นพลังของแผ่นดิน

ขจัดสิ้นทุกข์ภัยมลายสูญ

ประชาราษฎร์ร่มเย็นสุขสมบูรณ์

ขอเทิดทูนพ่อหลวงของปวงไทย

( พิกุล พรหมเมศร์ )


กลอนบทที่ 979

ธ ทรงเป็นปิ่นทองแห่งสยาม

ระบือนามทั่วถึงซึ่งไหนไหน

ยังประโยชน์ให้เกิดก่อทั้งใกล้ไกล

ประทับใจถ้วนหน้าทั้งธานี

( พัชรีย์ คำรังสี )


กลอนบทที่ 980

จากถิ่นเหนือลงมา ณ แดนใต้

ชนชาวไทยได้เป็นสุขทุกถิ่นที่

พระมหากษัตริย์ในใจเราผู้แสนดี

ทรงเป็นศักดิ์เป็นศรีแห่งชีวิน

( ปิยะวรรณ จิตตาปัญญานุกูล )


กลอนบทที่ 981

คือ 'สายฝน' บนฟ้ามาสู่โลก

คือ 'สายลม' พัดโศกให้สร่างสิ้น

คือ 'แสงเทียน' ส่องทางเป็นอาจิณ

เพื่อ 'แผ่นดินของเรา' ...เพื่อชาวไทย

( จันทร์เพ็ญ จันทนา )


กลอนบทที่ 982

ร้อย รักร้อยร่วมเรียงร้อยอักษร

กรอง กลั่นกลอนกอบกฤดินิรัติศัย

ด้วย เดชดลดุษฎีดลดวงใจ

จงรัก จารึกฤทัยองค์จักริน

( ปรารถนา จริยวิลาศกุล )


กลอนบทที่ 983

ร้อย คำเป็นหมื่นล้านประสานภักดิ์

รัก ยิ่งนักล้านล้านถ้อยร้อยคำศิลป์

ด้วย จงรักจากใจหวังทั้งแผ่นดิน

ภักดี สิ้นศิโรราบกราบถวายพระพร

( ชมัยภร แสงกระจ่าง )