กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 601

ท้นล้นดวงใจชาวไทยแล้ว

ทุกข์สุขแผ้วผ่านมาในคราไหน

พระองค์โปรดเป็นหลักใจของชาติไทย

ความรักท้นดวงใจพสกนิกร

( สมชาย สูงเด่น )


กลอนบทที่ 602

พ่อของลูก...ลูกของพ่อ...พ่อของลูก

พ่อรักลูก...พ่อสอนสั่ง...พ่อสั่งสอน

พ่อตรากตรำ...พ่อเสียสละ...พ่ออาทร

พ่อให้พร...พ่อของลูก... 'องค์ภูมิพล'

( วิโรจน์ เทียนรุ่งโรจน์ )


กลอนบทที่ 603

ธ ไม่เพียงครองแผ่นดินถิ่นไทยชาติ

ยังทรงครองหทัยราษฎร์ในทุกหน

ดิถีเวียนครบวาระเฉลิมพระชนม์

ขอพระไตรรัตน์ดลทรงพระเจริญ

( สอน ชุติแพทย์วิภา )


กลอนบทที่ 604

วันที่ ๕ ธันวามาบรรจบ

ขอนอบนบแทบบาทกล่าวสรรเสริญ

ถวายพรพระองค์ทรงพระเจริญ

ร่วมกันเทอญเทิดไท้องค์ราชัน

( ศักรินทร์ ชลพินทุ์ )


กลอนบทที่ 605

ภูธเรศ องค์จักรี ศรีสยาม

เลื่องลือนาม ดั่งทวยเทพ จากสวรรค์

เป็นศูนย์รวม ของจิตใจ ไทยทั่วกัน

น้อมจิตมั่น ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

( ด.ช.สุทธิโชค ถาวร )


กลอนบทที่ 606

โครงการหลวงทรงดำริพระราชทาน

จำเนียรนานพสกพร้องซ้องสรรเสริญ

ทรงขจัดทุกข์สิ้นไปไม่เผชิญ

ราษฎร์ดำเนินชีพสดใสไร้ลำเค็ญ

( รองศาสตราจารย์นันทา ขุนภักดี )


กลอนบทที่ 607

ทรงเหน็ดเหนื่อยทรงงานหนักทรงรักราษฎร์

พระคือพ่อของชาติทั่วโลกเห็น

ประโยชน์สุขชาวสยามทรงบำเพ็ญ

ไม่วายเว้นจงรักภักดิ์ภูมินทร์

( รองศาสตราจารย์นันทา ขุนภักดี )


กลอนบทที่ 608

ธ ทรงเป็นหัวใจไทยทั้งชาติ

ธ ทรงเก่งทั้งงานศาสตร์และศิลป์

ธ ปกครองด้วยเมตตาทั้งแผ่นดิน

ราษฎร์ขอน้อมถวายชีวินเพื่อภูวนัย

( ธนิดา ฤทธาคนี )


กลอนบทที่ 609

เสียงของ 'ปารย์' คนนี้ไม่ดังนัก

แต่ความภักดิ์ไม่น้อยหน้าใครคนไหน

จะจงรักภักดีตลอดไป

เกิดชาติใดขอเป็นข้ารองบาทเทอญ

( ปารย์ จำปาสุต )


กลอนบทที่ 610

พ่อคือภาพที่คงอยู่ในใจฉัน

คือความดีและความฝันให้สรรเสริญ

คือความหวังให้ก้าวไปพร้อมเผชิญ

คือทางเดินให้เดินตามอย่างมั่นใจ

( ประภา มโนน้อม )


กลอนบทที่ 611

ล้านดวงใจ เทิดไท้ จนล้นเกล้า

หลานล้านเฝ้า หวังให้ ท่านสดใส

เพื่อองค์ท่าน อยู่คู่ ฟ้าเมืองไทย

เป็นดวงใจ ประชาราษฎร์ นิจนิรันดร์

( ประเสริฐ ดอกไม้ )


กลอนบทที่ 612

ถึงพระยศสูงกว่าฟ้าไหนไหน

ถึงพระเกียรติกำจรไกลสุดใฝ่ฝัน

สูงไกลห่างมิใช่ขีดมากีดกัน

ด้วยทรงเป็นมิ่งขวัญของทั้งปวง

( สอน ชุติแพทย์วิภา )


กลอนบทที่ 613

ทุกดวงใจมอบถวายด้วยใจภักดิ์

มอบความรักเทิดทูนองค์พ่อหลวง

ผู้สถิตในดวงใจชนทั้งปวง

แด่พ่อหลวงพระมิ่งขวัญของชาวไทย

( กุลวดี งามมงคลชัย )


กลอนบทที่ 614

เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีวิต

คือแนวคิดปรัชญาค่ายิ่งใหญ่

มิ่งมงคลล้นเกล้าของชาวไทย

ขอพรชัยปกรักษาพ่อของเรา

( พัฒนา อารยะวีรสิทธิ์ )


กลอนบทที่ 615

ที่สุดแล้วพ่อแก้วแห่งทวยราษฎร์

ประเทศชาติสุขล้นทุกชนเผ่า

พระภูมินทร์แห่งสยามตามบรรเทา

ด้วยพ่อเราเจ้าฟ้ามหาราชัน

( ศิรินันท์ นิโรรัมย์ )


กลอนบทที่ 616

พ่อยิ่งใหญ่กว่าใครในทั่วหล้า

พ่อยิ่งกว่าใครใครที่ใจฝัน

พ่อเป็นดั่งดวงใจไทยนิรันดร์

เป็นมิ่งขวัญของคนไทยใจภักดี

( ทัศนีย์ เอี่ยมเอม และครอบครัว )


กลอนบทที่ 617

ขอสัญญาว่าจะทำแต่ความดี

ทำหน้าที่ให้แผ่นดินถิ่นไทยนี้

มุ่งส่งเสริมความก้าวหน้าให้ธานี

เพื่อเป็นที่พอพระทัยองค์บดินทร์

( วรรทณีย์ คงหมื่นไวย )


กลอนบทที่ 618

ดีใจที่ เกิดใน ผืนแผ่นนี้

ฝากชีวี ไว้แทบบาท พระภูมินทร์

ขอรับใช้ พระองค์ ตราบชีวิน

มลายสิ้น ทั้งกายใจ ทุกชาติกาล

( ชัญญา ดิเรกโชติพงษ์ )


กลอนบทที่ 619

ขอกราบทูลพระองค์ท่านเป็นมั่นแล้ว

ปรัชญาแก้วล้ำค่ากว่ากล่าวขาน

ปฏิบัติอย่างพอเพียงเลี้ยงวงศ์วาน

ช่วยสืบสานความเป็นไทยทั่วเขตคาม

( เก็จวลี ลิขิตนุรักษ์ )


กลอนบทที่ 620

พระภูมิพลอดุลยเดช

ทั่วทุกเขตแดนดินถิ่นสยาม

พระองค์ทรงเสด็จทุกทั่วหล้า

ทรงเมตตาชาวไทยทั่วพารา

( ศักรินทร์ ลังกา )


กลอนบทที่ 621

ท่านทรงเป็นยิ่งว่าเทพพระองค์ใด

กายวจีฤทัยดีเพื่อชาติศาสนา

ขอพระองค์ทรงสถิตในนภา

เป็นขวัญฟ้า ยิ่งชีวาของผองเรา

( ปนัดดา ไพบูลย์-เพ็งประพันธ์ )


กลอนบทที่ 622

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร หรือวันพุธ

พฤหัส วันศุกร์ หรือ วันเสาร์

ขอพระองค์สถิตอยู่คู่ผองเรา

เป็นร่มเงาชาวไทยทั่วแผ่นดิน

( กระต่าย โชติชนะโสภณ )


กลอนบทที่ 623

พ่อพากเพียร กรำงาน มานานเนิ่น

สอนดำเนิน อยู่เพียงพอ ไทยทั่วถิ่น

พรวิเศษ พ่อมอบไว้ ให้แผ่นดิน

อยู่พอเพียง ใช้ชีวิน เพียงพอดี

( คเณศ พักตระเกษตริน )


กลอนบทที่ 624

พ่อรักลูก ห่วงลูก จนลืมสุข

ลูกมีทุกข์ พ่อยิ่งทุกข์ ไร้สุขี

ลูกสัญญาว่าจะทำ แต่ความดี

สามัคคีพี่น้องทั้งผองพารา

( ศราวสุ สุนิสา ศราวุฒิ ดิษฐ์ทอง )


กลอนบทที่ 625

ภูมิใจที่เกิดในถิ่นไทยนี้

ถิ่นแดนที่มีพ่อหลวงห่วงนักหนา

พ่อผู้ให้ผู้รักและเมตตา

สุดจะหาแผ่นดินใดเหมือนไทยเรา

( สุนิศา ทองสกุล )


กลอนบทที่ 626

ทรงเหน็ดเหนื่อยเท่าใดไม่เคยบ่น

ทรงอดทนทำเพื่อลูกผู้ขลาดเขลา

บรรเทาทุกข์ มอบความสุข ให้พวกเรา

ใครไหนเล่าจะเท่าพ่อภูมิพล

( ทัศนีย์ เอี่ยมเอม )


กลอนบทที่ 627

ภูมิปัญญา ความพอเพียง พ่อทรงสอน

ราษฎร์ นำไปใช้ ได้ทุกหน

เพื่อเศรษฐกิจ พอจำเป็น ของทุกคน

ไม่อับจน ธ พระองค์ คิดเพื่อไทย

( ด.ช.สุทธิโชค, ณัฐพงษ์, ฤทธิชัย, กฤตนัย โรงเรียนอุดมศึกษา จ.นนทบุรี )


กลอนบทที่ 628

ประสงค์ใดพระปงค์ดำรงหวัง

ขอเป็นดังที่ได้ทรงดำรงหมาย

จักรีวงศ์คงอยู่คู่แดนไทย

ลือเลื่องไปทั่วถิ่นทั่วโลกา

( พล.ต.ท.อังกูร บุรานนท์ )


กลอนบทที่ 629

ศิโรราบก้มกราบแทบพระบาท

มหาราชดวงใจไทยทั่วหล้า

ด้วยซาบซึ้งตรึงใจในพระกรุณา

เหล่าปวงข้าฯ ขอน้อมกายถวายพระพร

( เอกชัย ภูผา )


กลอนบทที่ 630

สอนให้รู้ความรักที่ยิ่งใหญ่

ผ่านหัวใจสุดแสนเอื้ออาทร

พิสูจน์ผ่านกาลเวลาต่อพสกนิกร

ขอถวายพระพรทรงพระเจริญ

( นันทิยา เล็กสมบูรณ์ )


กลอนบทที่ 631

ไม่เพียงแค่ชาวไทยที่รู้ค่า

ชนทั่วหล้าต่างแซ่ซ้องร้องสรรเสริญ

พระคุณท่านแผ่ไพศาลไปไกลเกิน

โลกสรรเสริญพระองค์องค์ภูมิพล

( วิภาวี อุไรศิริ )


กลอนบทที่ 632

เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีพได้

ประกาศไปทั่วทิศทุกแห่งหน

ทั้งตนเอง ครอบครัว และชุมชน

ดำรงตนอย่างพ่อแบบพอเพียง

( ข้าราชการ กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย )


กลอนบทที่ 633

๕ ธันวานี้ร่วมทำความสุข

ร่วมกันปลุกใจมาประสานเสียง

ดำรงเพลงชาติไทยให้คู่เคียง

ด้วยสำเนียงคนรักชาติให้พ่อดู

( ด.ช.ปฐมพร ดำงาม และครอบครัว )


กลอนบทที่ 634

ประชาราษฎร์ไม่เคยลืมคำพ่อสอน

เขียนเป็นกลอนที่แสนเพราะเสนาะหู

เพราะคนไทยทั้งชาติสำนึกรู้

ท่านเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ไร้ใครเทียม

( จักรพงษ์ เหมรัชต์จีระกุล )


กลอนบทที่ 635

พระราชาผู้ทรงกล้าสู้งานหนัก

เหน็ดเหนื่อยสักเท่าใดไม่แหนงเหนียม

พระราชาผู้ทำไทยให้เท่าเทียม

ทั่วหล้าเปี่ยมด้วยรักภักดิ์ฤทัย

( จงกช ดุสิตตานครินทร์ )


กลอนบทที่ 636

สุขสวัสดิ์จันทรานภาแจ่ม

อาทิตย์แย้มส่องแสงสุริฉาย

พระองค์ทรงเป็นขวัญกำลังใจ

ดุจดั่งสายชลสินธุ์ชโลมใจ

( ตระกูล สัตย์สม )


กลอนบทที่ 637

ทรงเป็นพระราชาผู้สถิตในใจราษฎร์

ทำเพื่อชาติเพื่อประชามาทุกสมัย

ทรงเหนื่อยยากตรากตรำทำเพื่อไทย

ลูกขอร้อยดวงใจถวายพระพร

( สุภิญโญ มณีรัตน์ )


กลอนบทที่ 638

พ่อสอนให้ลูกลูกทำแต่ดี

เหมือนดังที่สมเด็จย่าทรงเคยสอน

ชาวไทยล้วนร่มเย็นทุกนิกร

ทั่วนาครมีสุขในแผ่นดินทอง

( มลวิภา ภักดิ์ศรีวงศ์ )


กลอนบทที่ 639

เทิดไท้องค์พระทรงธรรม์ขวัญปวงราษฎร์

ศูนย์รวมชาติแหล่งรวมใจไทยทั้งผอง

สยามรัฐวัฒนะด้วย ธ ครอง

ร่วมแซ่ซ้องขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( นภาลัย ศรีธาดาวุฒิ )


กลอนบทที่ 640

สิ่งที่เห็นและเรียนรู้ชั่วชีวิต

ที่ยึดติดอย่างลึกซึ้งหรือผิวเผิน

ไม่มีสิ่งใดเลยสำคัญเกิน

กว่าการเดินตามรอยพ่อตลอดมา

( เสาวคนธ์ อุดมวิเศษยิ่ง )


กลอนบทที่ 641

ธ ครองราชย์ หกสิบปี นานที่สุด

ขอพระพุทธ ธ องค์ ทรงรักษา

ธ ทรงเป็น พระมิ่งขวัญ ของประชา

ทั่วทั้งหล้า ได้ประจักษ์ ความทรงธรรม

( ตระกูล สุขศรีสวัสดิ์ )


กลอนบทที่ 642

ดุจแสงทองส่องชีวาประชาชาติ

ปกเกศเกล้าเหล่าทวยราษฎร์ชาติสยาม

ผดุงสุขพสกไทยทั่วเขตคาม

โลกลือนาม พระจักรี ศรีแผ่นดิน

( รังสรรค์ ศรีหนู )


กลอนบทที่ 643

อีกกังหันพัฒนาบิดามอบ

ใช้ประกอบทำกินทุกที่ถิ่น

ชุบชีวาให้ฝูงปลาวารีริน

ให้เรามีแหล่งทำกินสินธุ์คงคา

( ดิเรก อภิษฎา วีรภัทรร์ เอี่ยมเอม )


กลอนบทที่ 644

ขอกำลังพระวรกายจงเข้มแข็ง

ขอแรงพระหฤทัยดั่งหินผา

ขอเทิดทูนพระบารมีองค์ราชา

ขอเป็นข้ารองระบาททุกชาติไป

( เด่นดวง ทิมวัฒนา )


กลอนบทที่ 645

บุญวาสนา ได้เกิดมา แผ่นดินนี้

ที่ได้มี มหากษัตริย์ ที่ยิ่งใหญ่

ท่านทรงหวง ห่วงราษฎร์ ยิ่งกว่าใคร

จะมีใคร เทียบพระองค์ ภูวดล

( ศุลีพร ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 646

ลำต้นใหญ่แตกก้านกิ่งไพศาล

ร่มชื่นบานทั่วทิศทุกแห่งหน

พ่อทรงเป็นมิ่งขวัญประชาชน

ไทยทุกคนเทิดไท้ถวายภักดี

( ยุทธนา เส็งสำเภา )


กลอนบทที่ 647

เกล้าถวายกายเลือดเนื้อเพื่อทรงยศ

เกล้าประณตดั่งบิดาข้าไทยนี้

เกล้าเคารพจงรักด้วยศักดิ์ศรี

เกล้าไม่หนีคนมุ่งร้ายทำลายพ่อ

( ศรันยู ป้อมขำ )


กลอนบทที่ 648

ลูกเกิดในแผ่นดินถิ่นไทยนี้

ลูกได้มีกินอยู่ทุก พอ ศอ (พ.ศ.)

เรียนรู้หลักปรัชญา-รู้เพียงพอ

ถิ่นไหนหนอจะอุ่นเท่าพ่อคุ้มไทย

( ดลฤดี พิศิษฐการ )


กลอนบทที่ 649

หลากเรื่องราวหลายปัญหาที่ถาโถม

สิ่งประโลมทุกดวงจิตใช่อื่นไหน

มีเพียงพ่อ ธ ผู้ทรงทุ่มกายใจ

ข้าฯ บาทไซร้ ขอถวายงาน ตามยุคล

( ดลฤดี พิศิษฐการ )


กลอนบทที่ 650

ใช่เทวาบนฟ้ามาจากไหน

แต่เป็นเทพาในใจไทยทุกแห่งหน

เทวดาเดินดินทำเพื่อชน

แค่ลูกสุขพ่อสุขล้นกว่าสิ่งใด

( พลอยรัตน์ พรหมรัตน์ )


กลอนบทที่ 651

เป็นบุญของลูกไทยทั่วทั้งหล้า

ฟ้าโปรดมาเป็น 'ต้นแบบ' แถลงไข

หลากความคิด หลายปัญหา ถาโถม ใจ

ธ สอนให้ แก้ปัญหา ด้วยสามัคคี

( ดลฤดี พิศิษฐการ )


กลอนบทที่ 652

ธ ทรงสร้าง ทรงเดิน ให้เหล่าชน

ทรงอดทน รอเวลา มิหลีกหนี

ธ ผู้ทรง เปี่ยมบุญญา บารมี

ขอภูมี เทพรักษา นิรันดร์เทอญ

( ดลฤดี พิศิษฐการ )


กลอนบทที่ 653

พระสุริยะ ชโลมโลก ให้ไสว

น้ำพระทัย ชโลมใจ ให้สรรเสริญ

สว่างล้น ผองปวงชน จรัสจำเริญ

แม้เผชิญ ภัยร้าย กลับกลายดี

( ศุลีพร ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 654

พ่อหลวงไทยหลอมรวมใจไทยทั่วแคว้น

ทั้งดินแดนแผ่นผินทุกถิ่นที่

พระองค์ทรงเสด็จไปจะร้ายดี

ทรงเมตตาเพื่อชีวีไทยทุกคน

( ศักรินทร์ ลังกา )


กลอนบทที่ 655

เรียนรู้ใช้ ชีวิต ตาม 'พ่อ' สอน

ทุกบทตอน ขั้นลำดับ ต้องฝึกฝน

ยืนหยัดได้ ต่อสู้ไหว ใจอดทน

ไร้พร่ำบ่น ธ คือ 'แบบ' ที่เห็นจริง

( ดลฤดี พิศิษฐการ )


กลอนบทที่ 656

ธ ทรงเป็นผู้นำในทุกอย่าง

เป็นแนวทางให้เดินตามในทุกสิ่ง

ทรงอยู่เหนือเกล้าฯ ชายไทยประจักษ์จริง

ธานียิ่งเฟื่องเรืองรองเพราะภูมี

( ชลรส มุขพรหม )


กลอนบทที่ 657

กว้างกว่าแผ่นดิน ผืนฟ้า มหาสมุทร

พระหฤทัย แสนสุด ประเสริญศรี

ทรงแบ่งผัน ความห่วงใย ยามภัยมี

ความเปรมปรีดิ์ บังเกิดใน แผ่นดินทอง

( สุรภี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 658

ธ ดุจศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

ธ ดุจปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ไทยทั้งผอง

ธ ดุจดั่งสายใยไทยปรองดอง

ธ ผู้ครองแผ่นดินไทยให้ร่มเย็น

( ปรียา แสงนาค )


กลอนบทที่ 659

ธ ทรงย่าง พระบาท ไปทุกแห่ง

ทุกทุกแหล่ง เสด็จไป ให้ได้เห็น

ว่า 'คนไทย' ใต้ท่านอยู่ อย่างร่มเย็น

เพราะท่านเป็น เอกกษัตริย์ แห่งโลกา

( ปนัสยา จริยวิลาศกุล )


กลอนบทที่ 660

กราบแทบบาทพ่อหลวงของปวงชน

หากเวทมนตร์มีจริงในแหล่งหล้า

ขอคุณพระศักดิ์สิทธิ์ปวงเทวา

ปกรักษาพระมหาชนกของชาวไทย

( ปารย์ จำปาสุต )


กลอนบทที่ 661

กราบแทบบาทพระปกเกล้าชาวสยาม

ทรงนำความเรืองรุ่งทุกสมัย

ให้อยู่เย็นเป็นสุขทั้งกายใจ

ให้ปวงไทยสุดล้ำนิรันดร

( ชนะชัย สังข์เสือ )


กลอนบทที่ 662

เมื่อได้เกิดใต้ร่มโพธิ์ของพ่อ

ลูกจะขอทำตามทุกคำสอน

จะทำดีต่อชาตินิรันดร

เดินตามอย่างพ่อสอนไว้ด้วยใจ

( พัชราวดี พรรณเนตร )


กลอนบทที่ 663

พระคือผู้สร้างไทยให้ชุ่มชื่น

ธ ทรงยืนคู่ชนไทยมิหวั่นไหว

เทิดพระเกียรติองค์พ่อหลวงด้วยหัวใจ

ขอเทิดไท้องค์ภูมิพลทรงพระเจริญ

( นิรุตติ์ บุษยบุตร )


กลอนบทที่ 664

พระดั่งไฟนำทางยามมืดมน

พระดุจดั่งสายชลสุดสรรเสริญ

พระดั่งครูสอนพอเพียงไม่ขาดเกิน

พระดำเนินแดนใดสุขร่มเย็น

( ภาศัลย์ ใจรังสี )


กลอนบทที่ 665

จะกี่ชาติ กี่ภพ กี่สมัย

อยากขอเกิด เป็นคนไทย เพราะได้เห็น

ธ พระองค์ ท่านทรงงาน คลายลำเค็ญ

พ้นทุกเข็ญ ต่างมีสุข ทั้งชาติไทย

( กัญญณัฐ ชัยอินชะ )


กลอนบทที่ 666

พระเสโททุกหยดหยาดราษฎร์ซาบซึ้ง

เพียงหยดหนึ่งพลิกดินชื่นฟื้นสดใส

ทรงเสด็จทุกถิ่นฐานกันดารไกล

ทำนุให้ดินระแหงเป็นแหล่งทอง

( สัจจาภรณ์ ไวจรรยา )


กลอนบทที่ 667

พระบารมีเจิดจ้าดั่งอาทิตย์

พระสถิตในใจไทยทั้งผอง

พระทรงนำทางให้ไทยเรืองรอง

ขอพระครองตราบนิรันดร์เทอญ

( กำพล นิลกิจศรานนท์ )


กลอนบทที่ 668

ถึงวันพ่อลูกขอระลึกมั่น

วันสำคัญชนชาวไทยต่างสรรเสริญ

๕ ธันวาขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ไทยเจริญพระองค์อยู่คู่แผ่นดิน

( ชนะ พลอยสีสุก )


กลอนบทที่ 669

จะอ้างฟ้าอ้างดินทุกถิ่นที่

ก็ไม่มีใดเทียบเปรียบได้สิ้น

จริยาวัตรแนบใจเป็นอาจิณ

องค์ภูมินทร์สถิตในใจประชา

( พัชรา หนูเรืองงาม )


กลอนบทที่ 670

ไม่ว่าเราอยู่แห่งใดในโลกนี้

ยังคงมีพ่อหลวงคอยห่วงหา

ทั้งกายใจลูกมอบให้ด้วยชีวา

พระบิดาแห่งผองไทยไปนิรันดร์

( ขรก. กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย )


กลอนบทที่ 671

ประชาชนทั่วไทยทุกถิ่นที่

ขอภักดีต่อพ่อหลวงมิแปรผัน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญทุกคืนวัน

ร่วมใจกันน้อยมเกล้าถวายพระพร

( ศิริพร อุพล )


กลอนบทที่ 672

ปวงข้าราษฎร์บาทบงสุ์พระทรงศรี

จักทำแต่สิ่งดีเป็นอนุสรณ์

ตามแนวทางที่ ธ ทรงเอื้ออาทร

ได้พร่ำสอนทางสว่างกระจ่างใจ

( พิรัชชัย ประกอบทรัพย์ )


กลอนบทที่ 673

น้อมกมล ก้มกราบ ศิระกราน

เฉลิมพระชนม์ มงคลวาร สืบสมัย

เทพเทวา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกทิศไทย

อวยพรชัย ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

( นงรัก ไวยวุฒิโท )


กลอนบทที่ 674

ก้มกราบฝ่าละอองธุลีพระบาท

ปกเกศราษฎร์ร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญ

ความพอเพียงดลให้ไทยเจริญ

ขอดำเนินตามคำพ่อตลอดไป

( สมร คำเทียนทอง )


กลอนบทที่ 675

ธ ยิ่งใหญ่ในหล้า คือ 'พ่อหลวง'

ธ ยิ่งใหญ่ในทรวงใช่อื่นไกล

ธ ยิ่งใหญ่กลางจิตสถิตใน

ธ ผู้ให้ ผู้สละ คือ 'พ่อเรา'

( อัษฎาพร สายคำอด )


กลอนบทที่ 676

ทรงเป็นยิ่งกว่าใครในโลกหล้า

ทรงเมตตาใดเทียมเทียมเท่า

ที่แห่งใดมีทุกข์ท่านบรรเทา

ท่านปัดเป่าทุกข์ชาวไทยให้หายไป

( สุวภัทร อุดมฤทธิ์ )


กลอนบทที่ 677

ทฤษฎีต่างต่างพ่อสอนสั่ง

ลูกตั้งหวังปฏิบัติไม่เฉไฉ

จะขอคิดและทำดีอย่างตั้งใจ

เพื่อเทิดไท้ให้พ่อหลวงทรงพระเจริญ

( ภาณุพงศ์ บุราคร )


กลอนบทที่ 678

น้อมประณต จรดเกศเกล้า ฝ่าพระบาท

ผองทวยราษฎร์ น้อมอภิวันท์ ร่วมสรรเสริญ

ถวายพระพร องค์มิ่งฟ้า มาจำเริญ

ทรงพระเจริญ ปกเกศเกล้า เหล่าชาวไทย

( ภัทรวรรธ พะเนตรรัมย์ )


กลอนบทที่ 679

ธ คือพระจากฟ้ามาสถิต

เนรมิตสร้างไทยให้สดใส

ธ สถิตเป็นมิ้งขวัญชนชาวไทย

ขอเทิดไท้องค์ภูมินทร์ทรงพระเจริญ

( นิรุตติ์ บุษยบุตร )


กลอนบทที่ 680

ขอพระองค์ สถิตมั่น เคียงคู่ฟ้า

ให้ประชา ทั่วไทย ร่วมสรรเสริญ

ขอพระองค์ จงทรง พระเจริญ

น้อมสรรเสริญ น้อมเกล้า ถวายพระพร

( ธยพร แซ่จิว )


กลอนบทที่ 681

คือเทียนทองส่องทางให้ไทยทั้งผอง

คือโพธิ์ทองแผ่ร่มเงาบรรเทาร้อน

คือน้ำทิพย์ชโลมใจพสกนิกร

ขอถวายพระพร พ่อหลวง ของปวงไทย

( กาญจนา โชคดารา )


กลอนบทที่ 682

พระเจ้าอยู่หัวพ่อหลวงของทวยราษฎร์

ขอกราบพระบาทพระองค์ท่านด้วยเลื่อมใส

พ่อเป็นที่รักยิ่งของปวงไทย

ขอถวายพระพรชัยทรงพระเจริญ

( สุมนยา เหวรารักษ์ )


กลอนบทที่ 683

ถ้าเปรียบพ่อเป็นดังต้นไม้ใหญ่

เราทั้งหลายก็เปรียบนกวิหคเหิน

บินมาเกาะไม้หลบภัยที่เผชิญ

จึงอยากซ้องสรรเสริญพระบารมี

( ปลาดาว นอนบนฟ้า )


กลอนบทที่ 684

หกสิบล้านดวงในไทยทั้งชาติ

ก้มลงกราบแทบบาทพระปกศรี

พระเมตตาเปี่ยมล้นพ้นทวี

ลูกขอพลีทำดีเพื่อเผ่นดิน

( ณัฐวรา น้อยโสภา )


กลอนบทที่ 685

พระคุณท่านอเนกอนันต์ล้นแผ่นฟ้า

คือแสงแห่งศรัทธามิสูญสิ้น

ท่านมิหวังสิ่งใดจากแผ่นดิน

ผองชาวไทยทั่วถิ่นน้อมอภิวันท์

( รัชฎาพร สดชื่นแจ่มใส )


กลอนบทที่ 686

พ่อเป็นทั้งผู้สร้างและผู้คิด

พ่อเป็นผู้ประดิษฐ์ทุกสิ่งสรรค์

พ่อทรงสร้างสิ่งใหม่ใหม่ได้ทุกวัน

พ่อสร้างสรรค์สิ่งดีดีให้กับไทย

( อรวรรณ นรฤทธิ์ )


กลอนบทที่ 687

เศรษฐกิจพอเพียงคำพ่อสอน

ทุกขั้นตอนนำชีวาพาสดใส

ท่านดำรัสตรัสไว้เพื่อคนไทย

ได้พ้นภัยเศรษฐกิจยุคซบเซา

( สุชาดา ปลื้มฤทัย )


กลอนบทที่ 688

คือสายฝนหยาดหยดรดแหล่งหล้า

สู่ผืนน้ำผืนป่าและภูเขา

คือน้ำทิพย์ชโลมโลกโศกทุเลา

คือองค์ภูวนาถเจ้าของชาวไทย

( ศิริวรรณ อาณาประโยชน์ )


กลอนบทที่ 689

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม

เป็นหลักธรรมค้ำจุนนำจุดหมาย

องค์พ่อหลวงทรงสั่งสอนนำกายใจ

น้อมถวายแด่พระองค์ทรงพระเจริญ

( ศรินยา บัญชาสุทธิกุล )


กลอนบทที่ 690

ลูกขอถวายความจงภักดิ์จวบใจสิ้น

จักสืบศิลป์สอนประวัติให้โลกเสริญ

จักปลูกฝังความรักภักดิ์ไม่ขวยเขิน

ขอเจริญตามรอยพ่อสอนรักสามัคคี

( ศกุนตลา วังศพ่าห์ )


กลอนบทที่ 691

ท่านทรงคิดทรงสร้างตั้งแต่เยาว์

ทำเพื่อเราชาวไทยให้ได้ดี

แด่เรานี้ขอให้ท่านทรงสุขี

ขอให้มีชีวีที่ปลอดภัย

( ด.ญ.อารยา ฮั้วบางยาง )


กลอนบทที่ 692

จะทำดีด้วยใจเพื่อไท้เทิด

จะชูเชิดช่วยกันดังฝั่นใฝ่

จะร่วมรักสามัคคีพ่อชี้ไว้

จะร่วมใจจงรักมากนิรันดร์

( นพดล ตังสุวรรณ์ )


กลอนบทที่ 693

รู้เพียงและรู้พอคำพ่อสอน

ทุกวงจรชีวิตจิตตั้งมั่น

ทุกลูกไทยถวายองค์พระทรงธรรม์

พระชนม์มั่นทรงหรรษาทุกราตรี

( สมานจิตร ปิยะทัศน์ศรี )


กลอนบทที่ 694

จะใกล้รุ่งหรือยามเย็นก็งามล้น

จะสายฝนหรือแสงเทียนก็ส่องสี

จะค่ำแล้วหรือแสงเดือนยิ่งเพราะดี

ยังคงมีเพลงของพ่อกลางดวงใจ

( นงนุช ศรายุทธิกรณ์ )


กลอนบทที่ 695

พระพระองค์ ทรงพระ เกษมศานต์

มีพระชน ยิ่งยืนนาน กาลสมัย

เป็นมิ่งขวัญ ล้นเกล้า เหล่าชาวไทย

ขอเทิดไท้ ร่วมใจ ถวายพระพร

( เสณีย์ จีระบุตร )


กลอนบทที่ 696

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดใดในทั่วหล้า

เทวดา นางฟ้า นางอัปสร

ขอจงดลบันดาลประสาทพร

พระบิดรมีสุขทุกเช้าเย็น

( เยส!!! เรดิโอ เมมเบอร์ )


กลอนบทที่ 697

พระผู้ทรงทำให้ไทยร่มรื่น

ให้ไทยฟื้นจากความยากและทุกข์เข็ญ

ทรงเหน็ดเหนื่อยตรากตรำไม่วายเว้น

เพื่อไทยเป็นสุขได้นิรันดร

( เพ็ญระวี เพิ่มกิจไพศาล )


กลอนบทที่ 698

ยามที่ลูก เหล่าไทย พักกายา

ค่ำคืนฟ้า ยังทรงงาน มิถ่ายถอน

ธ ทรงเคร่ง วิชาการ ทุกขั้นตอน

แม้เหนื่อยอ่อน ล้าวรกาย ทรงทุ่มเท

( สิทธา โฆษิตพันธวงศ์ )


กลอนบทที่ 699

เกิดมาในรัชสมัยเป็นลูกพ่อ

ไม่ต้องร้องไม่ต้องขอได้สรวลเส

พ่อทรงรักเปี่ยมเมตตาทั่วพื้นเพ

แม้เกเรก้าวร้าวยังปรานี

( ธนาธิป พิศิษฐการ )


กลอนบทที่ 700

น้ำพระทัยมากล้ำกว่าสาคร

พสกนิกรร่มเย็นเป็นสุขี

ธ ทรงเป็นแบบอย่างการทำดี

ธ ทรงชี้ทางสว่างให้ปวงชน

( ธีรนันท์ คำรังสี )