กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 401

แดนสยามสงบสุขรวมเป็นชาติ

ด้วยแม้นมาศบารมี ธ เกื้อกูล

ปวงประชาไทยอยู่เย็นสุขีพูน

สราญคูณทวีเพิ่มเพราะ ธ ครอง

( พิษณุ มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 402

พระผู้ให้พระมีบารมีล้น

พระผู้พ้นเหนือเกล้าเราทั้งผอง

พระผู้เป็นดั่งพลังแผ่นดินทอง

พระผู้ครองหัวใจไทยทั้งมวล

( ปรัชญนันท์ นิลสุข )


กลอนบทที่ 403

"รักพ่อ" อย่าทะเลาะให้พ่อเห็น

พ่อทรงเป็นกษัตริย์มเหศวร

ขอผองไทยจงรวมใจกันทั้งมวล

ร่วมชักชวนทำความดี " พ่อ" สุขใจ

( อัมพวัน จิตต์สาคร )


กลอนบทที่ 404

ชาวประชาเทิดทูน ธ เหนือเกล้า

ทรงเป็นเจ้าเหนือหัวนิรัติศัย

จะจงรักและภักดีตลอดไป

จะทำดีให้พ่อได้ชื่นใจตลอดกาล

( ไพริน บุญถิ่น )


กลอนบทที่ 405

พ่อบันดาลความสุขให้ทวยราษฎร์

ไทยทั้งชาตอยู่เย็นเป็นสุขศานต์

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ผ่านกี่กาลอยู่คู่ฟ้าปกเขตคาม

( อุดร พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 406

"รักในหลวง" ข้อความ จากใจราษฎร์

ก้องประกาศ "รักพ่อ" แห่งสยาม

ด้วยทรงเป็น แบบอย่าง ให้ทำตาม

ธ งดงาม สมสง่า บารมี

( ด.ญ.พิมพ์ลภัส ขวัญสุวรรณ )


กลอนบทที่ 407

จะจดจำทุกคำพ่อหลวงสอน

น้อมขอพรให้พ่อเป็นสุขศรี

จะยึดหลักพอเพียงเลี้ยงชีวี

ให้พ่อมีรอยยิ้มทุกคืนวัน

( สุธัญญา สุทธิธรรม )


กลอนบทที่ 408

ประเทศไทยโชคดีมีในหลวง

ธ ทรงห่วงดับทุกข์เข็ญเป็นสุขสันต์

ขอถวายพระพรแด่องค์ราชัน

เป็นมิ่งขวัญอยู่ดำรงทรงพระเจริญ

( สุนทรี มูลเมืองแสน )


กลอนบทที่ 409

ทีฆายุโก โหตุ มหาราช

กราบเบื้องบาทจอมราชย์ราษฎร์สรรเสริญ

ธ ทรงเป็น ตัวอย่าง นำทางเดิน

"ทรงพระเจริญ" ถวายพรจอมบดินทร์

( ด.ช.ปวรุตม์ กิวานนท์ )


กลอนบทที่ 410

ท่านทรงทนเหนื่อยยากมากเพียงไหน

เราคนไทยล้วนประจักษ์กันทั้งสิ้น

ท่านทรงทำให้เราทั่วทุกถิ่น

แม้เศษดินขอแทนคุณเพื่อทดแทน

( วีรภัทร เธียรเอกพันธ์ )


กลอนบทที่ 411

พระราชกิจทั่วหล้ามหาสมุทร

จารไว้สุดคณานับสรรพหมื่นแสน

พระคุณเลิศลุพสุธาแดน

จรดเมืองแมนกล่าวขวัญสนั่นนาม

( ร.ต.อ.เชิดชาย คุณมาศ )


กลอนบทที่ 412

พ่อล้ำเลิศคือฟ้าประทานให้

องค์เทพไท้แผ่นดินถิ่นสยาม

ราษฎร์อยู่สุขร่มเย็นทุกโมงยาม

ทั่วเขตคามเหล่าทวยราษฎร์น้อมภักดี

( เนตรอัมพร กฤษณปาณี )


กลอนบทที่ 413

พระปิ่นเกศ ภูวไนย ไทยใต้หล้า

ใต้เงาฟ้า ได้ร่มเย็น เป็นสุขขี

ท่านดำเนิน ท่านทรงงาน ทรงความดี

ชั่วชีวี มิลืมคุณ พระภูมิพล

( สาโรจน์ บุญเกษม )


กลอนบทที่ 414

ทุกแห่งไหน ใกล้ไกล ทั่วประเทศ

พระภูเบศวร์ เสด็จไป ทุกแห่งหน

เพื่อความสุข กินอยู่ดี ของปวงชน

องค์มงคล ศรีนเรศ ทั้งเขตคาม

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 415

พนมกรก้มกราบทั้งดวงใจ

แด่พ่อไทยสุดแสนประเสริฐล้ำ

รวมพรธรรมของพ่อมาน้อมนำ

ทุกคนจำจักทำแต่ความดี

( สุรชัย มีทองคลัง )


กลอนบทที่ 416

ทรงเหนื่อยล้า วรกาย เพื่อค้นหา

ชาวประชา ที่มีทุกข์ ให้สุขศรี

เราปลาบปลื้ม ภูวดล ทรงสุธี

ทรงความดี มีพระคุณ กรุณา

( จักรพันธ์ อินสุด )


กลอนบทที่ 417

เย็นกาย เย็นใจ เย็นศิระ

เย็นเพราะพระบริบาลพระผ่านหล้า

เย็นเพราะร่มโพธิ์ทองของประชา

เย็นเพราะพระทรงเมตตาประชาไทย

( ธนญา ศักดิ์วานิชกุล )


กลอนบทที่ 418

น้ำตาไหล ทรงประทับ โรงพยาบาล

ช่างแสนนาน ประชาชน ต่างหลั่งไหล

เฝ้าเบื้องบาท พระยุคล จากแดนไกล

ขอพลานามัย ทรงสมบูรณ์ คืนเร็วพลัน

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 419

ทุกถิ่นที่ ทรงเห็น ทุรกันดาร

ท่านทรงงาน เสด็จดำเนิน อย่างกล้าหาญ

ท่านทรงจำ สุขทุกถิ่น มาแสนนาน

ทุกคนขาน ขนานนาม มหาราชา

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 420

เหงื่อทุกหยดทุกหยาดท่านหลั่งไหล

แต่ท่านยังทำเพื่อไทยทั่วทิศา

เราลูกไทยโปรดน้อมนำคำท่านมา

ร่วมพลังสามัคคีกันพลันร่มเย็น

( นลินอร นุ้ยปลอด )


กลอนบทที่ 421

เย็นศิระเพราะพระบริบาล

ทุกเขตขัณฑ์สุขล้นทุกคนเห็น

พสกนิกรมีความสุขและร่มเย็น

เพราะพ่อเป็นผู้ให้ไทยทุกคน

( ธนกร แก้วกำพล )


กลอนบทที่ 422

สายพระเนตร มองไกล ไทยคลายทุกข์

สองพระหัตถ์ ส่งความสุข ทุกแห่งหน

สองพระบาท ท่านดำเนิน ในบัดดล

ชนสุขล้น ใต้ร่มเงา พระบารมี

( ยงปณิธาน ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 423

ด้วยร่มโพธิ์ร่มไทรทั้งใต้หล้า

ได้พึ่งพาบารมีจึงสุขี

แล้วนำพา ราโชวาท นำชีวี

ทุกนาที ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

( จักรพันธ์ อินสุด )


กลอนบทที่ 424

ผ่านบทกลอน ล้านจิตใจ ไทยทั้งชาติ

ผองทวยราษฎร์ ของพระองค์ ร่วมสรรเสริญ

ขอองค์ท่าน ภูมิพล ทรงพระเจริญ

ขออัญเชิญ พุทธองค์ ปกคุ้มภัย

( ด.ช.สุทธิโชค ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 425

เขียนบทกลอน ร้อยกรอง ด้วยจงรัก

นานยิ่งนัก ท่านทรงงาน เสโทไหล

ท่วมพระพักตร์ อาบพระปราง ด้วยห่วงใย

ประชาไทย หกสิบล้าน สดุดี

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 426

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ชาวประชาอยู่สำราญถึงวันนี้

ไทยมีสุขทั่วหน้าล้วนยินดี

เพราะบารมีในหลวงคุ้มครองไทย

( รังสรรค์ เลิศนามเชิดสกุล )


กลอนบทที่ 427

ทุกบาทย่างก้าวถึงทั่วแดนถิ่น

เปลี่ยนแผ่นดินมัวหมองให้ผ่องใส

ประชาราษฎร์แซ่ซ้องทั้งผองไทย

นอบน้อมใจบูชาระลึกคุณ

( ปิยะวัฒน์ มยุรนาคิน )


กลอนบทที่ 428

ความยิ่งใหญ่ของพระทัยในหลวง

ยิ่งกว่าห้วงสมุทรล้ำนำเกื้อหนุน

พระคุณพ่อเลิศหล้ามหากรุณาธิคุณ

ช่วยค้ำจุนชาวไทยให้ร่มเย็น

( สมศิริ เจตนานุศาสน์ )


กลอนบทที่ 429

ล้านบทกลอน ออกจากใจ ถวายท่าน

ทุกทุกวัน มีร้อยกรอง ท่านทรงเห็น

ว่าปวงชน อยากตอบแทน หายลำเค็ญ

ธ ทรงเป็น มิ่งมงคล ของชาวไทย

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 430

หากไม่เกิด ใต้ร่มเงา เสาวภาคย์

คงลำบาก แสนขัดสน หนทางไหน

เดชะบุญ ที่ได้เกิด ในเมืองไทย

ใต้ร่มโพธิ์ ร่มไทร องค์ภูมิพล

( ประทักษ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 431

กราบขอพระพระเจ้าบรสรวงสวรรค์

ทรงสร้างสรรค์สรรพสิ่งทุกแห่งหน

ทรงพิทักษ์รักษาพระภูวดล

พ่อของคนไทยทั้งชาติชั่วกาลนาน

( โรสซาลีน่า อเล็กซานเดอร์ )


กลอนบทที่ 432

ผ่านร้อยกรอง เหล่าล้านไทย ด้วยจงรัก

ภูมิศักดิ์ ส่งนำไป มไหศวรรย์

ให้พ่อหลวง มีแต่สุข ชั่วกัปกัลป์

อยู่นิรันดร์ มิ่งขวัญใจ ไทยยืนยง

( ด.ช.คริษฐ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 433

จะกี่ค่ำกี่คืนกี่ผืนฟ้า

พสุธามลายสิ้นเป็นผุยผง

จะขอฝากหัวใจไม่ปลิดปลง

ถวายพรแด่องค์พระทรงชัย

( สมศิริ เจตนานุศาสน์ )


กลอนบทที่ 434

ธ ทรงเป็นดวงใจไทยทั้งชาติ

ธ ทรงเป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่

ธ ทรงเป็นเจ้าฟ้าประชาไทย

ธ ทรงเป็นศูนย์รวมใจในแผ่นดิน

( นวภัทร อินทสุวรรณ )


กลอนบทที่ 435

สักวันหนึ่งหวังว่าจะมาถึง

วันที่ซึ่งชาวไทยทั้งหลายสิ้น

รวมหัวใจเป็นหนึ่งเพื่อภูมินทร์

เพื่อแผ่นดินไม่สิ้นเผ่นดินไทย

( สมศิริ เจตนานุศาสน์ )


กลอนบทที่ 436

เป็นสุขล้น ได้เกิดบน แผ่นดินนี้

เพราะเรามี มหาราช ที่ยิ่งใหญ่

ทรงแสวง หาทางแก้ ปัญหาไกล

เพื่อจะให้ ราษฎร์พ้นทุกข์ มีสุขปอง

( ยงปณิธาน ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 437

ร้อยรัดห้วงนานาความรู้สึก

จากสำนึกหัวใจไทยทั้งผอง

ฝากล้านใจล้านคนท่วงทำนอง

ผ่านร้อยกรองบทนี้ทรงพระเจริญ

( เฉลิมชัย ตันสิงห์ )


กลอนบทที่ 438

เย็นร่มไทย ธ ปกเกล้าเหล่าทวยราษฎร์

ทรงเป็นปราชญ์รวมใจไทยมานานเนิ่น

ไทยสุขเกษมเปรมปรีดาหาใครเกิน

น้อมสรรเสริญพระบารมีองค์ราชา

( กนต์ธร กลิ่นหอม )


กลอนบทที่ 439

แปดสิบสองพรรษามหาราช

ประชาราษฎร์ยินดีไปทั่วหล้า

พระมิ่งขวัญปวงชนชาวประชา

พระบิดานักปราชญ์ของชาติไทย

( ดำรงศักดิ์ คะเณศรี )


กลอนบทที่ 440

หนึ่งในใจคนไทยทั่วทั้งหล้า

พระมหากษัตราผู้ยิ่งใหญ่

ทรงเป็นพระมิ่งขวัญของชายไทย

ขอเทิดไท้พระองค์

( ศุกลภัทร แสนแก้ว )


กลอนบทที่ 441

เราชาวไทยทุกคนขอจงรัก

พร้อมสมัครสมานใจร่วมสรรเสริญ

ร่วมกันสร้างชาติไทยให้จำเริญ

ร่วมอัญเชิญถวายพระพรพ่อหลวงไทย

( มณฑาทิพย์ ธุระกิจจำนง )


กลอนบทที่ 442

สมพระนาม "ภูมิพล" พลังแผ่นดิน

พระภูมินทร์เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่

พระเกียรติยศปรากฎก้องเกริกไกร

ปวงชนไทยแซ่ซ้องสดุดี

( สุรางค์รัศ คงบำรุง )


กลอนบทที่ 443

เศรษฐกิจ พอเพียง พ่อสอนไว้

อยู่ในใจ ไทยทั้งผอง ครองสุขี

ตลอดกาล ทรงน้อมนำ ทำความดี

ราษฎร์เปรมปรีดิ์ ธ พระองค์ ทรงบันดาล

( ด.ช.สุทธิโชค ถาวร )


กลอนบทที่ 444

ครองธรรมะอย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยมุ่งมาดปรารถนาประชาสมาน

สามัคคีปรองดองชั่วกาลนาน

เร่งสืบสานการกินอยู่อย่างพอเพียง

( สุธิดา มาอ่อน )


กลอนบทที่ 445

น้ำพระทัยทรงเปี่ยมล้นเพื่อชาวราษฎร์

ร่วมประกาศสรรเสริญประสานเสียง

ขอจงทรงพระเจริญอย่างพร้อมเพรียง

ถวายเรียงร้อยรวมรักสามัคคี

( ปิยะมาศ ปลื้มอารีย์ )


กลอนบทที่ 446

สมพระเกียรติพระองค์วงศ์กษัตริย์

เป็นมิ่งรัฐมิ่งประชาสง่าศรี

เหล่าทวยราษฎร์อิ่มเอมจิตเปรมปรีดิ์

ล้วนยินดีได้เกิดมาเป็นข้าพระองค์

( ชนะพงษ์ คงบำรุง )


กลอนบทที่ 447

สุขสงบเงียบสงัดพิบัติสิ้น

หอมอวลกลิ่นความสุขทุกข์เลือนหลง

เป็นเพราะพระกรณียกิจของพระองค์

น้อมบาทบงสุ์ขอจงทรงพระเจริญ

( สมศิริ เจตนานุศาสน์ )


กลอนบทที่ 448

รู้พอเพียงเพียงพอพ่อท่านสอน

เขียนบทกลอน ร้อยเรียง เสียงสรรเสริญ

ขอพระองค์ จงทรงพระเจริญ

ลูกจะเดิน ตามรอย ร้อยล้านใจ

( วรายุทธ เทพฤทธิ์ )


กลอนบทที่ 449

ดั่งน้ำทิพย์ ไหลชโลม มาชุ่มโชก

น้ำทั้งโลก ไม่ฉ่ำเท่า เสโทไหล

ทุกหยาดหยด ที่หล่นลง แผ่นดินไทย

หล่อดวงใจ ของผองไทย ได้ทั้งปวง

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 450

พ่อสถิตในดวงใจไทยทั่วหล้า

ทั่วแผ่นฟ้ารู้บุญคุณอันใหญ่หลวง

ที่คอยให้คนไทยทั่วทั้งปวง

ร่วมสดุดีรักพ่อหลวงปวงชาวไทย

( มณทิรา แสงทะตา )


กลอนบทที่ 451

อุ้งพระหัตถ์ทรงโอบอุ้มคุ้มทวยราษฎร์

พระอัจฉริยะเปรื่องปราดล้วนทันสมัย

สายพระเนตรทุกทิศทางกว้างยาวไกล

เป็นพ่อหลวงหลอมดวงใจชาวประชา

( น.พ.คมวิชช์ แก้วชัยเจริญกิจ )


กลอนบทที่ 452

ร้อยดวงใจถวายไว้ที่รูปพ่อ

สะกดต่อด้วยหัวใจลูกใฝ่หา

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพ่อทุกเวลา

พนมมือน้อมพร้อมวันทาหน้าตักกอง

( กนกวรรณ ดอกไม้ )


กลอนบทที่ 453

ท่านทรงเป็นดวงใจไทยทั้งชาติ

ปวงประชาทวยราษฎร์ทั้งผอง

รวมเป็นดวงเดียวให้พ่อสมปอง

สามัคคีปรองดองพี่น้องไทย

( ปิยะธิดา หนูทองแป้น )


กลอนบทที่ 454

ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์แผ่ไพศาล

ตั้งตระหง่านคลุมแผ่นหล้าที่อาศัย

ให้ความสุขร่มเย็นแผ่ทั่วไทย

ผู้ยากไร้ได้อยู่ดีและกินดี

( ภูริศา ภิญโญธนาคม )


กลอนบทที่ 455

สักกี่ล้านดวงใจไทยทั้งผอง

กี่ร้องกรองที่กลั่นไปจากใจนี้

มิอาจเทียบแม้ฝ่าละอองธุลีฯ

พระภูมีเปี่ยมล้นพระกรุณา

( พิชญ์สินี ศักดิ์นรงค์ )


กลอนบทที่ 456

รู้สึกกันบ้างไหมไทยทั้งผอง

"พ่อ" เราต้องเหนื่อยหนักนานหนักหนา

ทุกสิ่งที่ "พ่อ" ทำตลอดมา

เพื่อลูกยาประชาไทยได้อยู่เย็น

( พรรณทิวา รักสนิท )


กลอนบทที่ 457

พระปรีชาสามารถในทุกด้าน

พระเสด็จทุกย่านแม้ยากเข็ญ

พระทรงงานเพื่อไทยได้ร่มเย็น

พระบำเพ็ญเพื่อไทยยิ่งยืนนาน

( สายใจ บุญถิ่น )


กลอนบทที่ 458

ขอพระเจ้าทรงอำนวยอวยพระพร

พนมกรวิงวอนอธิษฐาน

ให้ในหลวงทรงเกษมพระสำราญ

สุขสืบสานแซ่ซ้ององค์ราชา

( ณัฐมล กลิ่นหอม )


กลอนบทที่ 459

พระทรงเป็นราชบดินทร์ปิ่นประเทศ

ครองนเรศ ครองใจ ไทยทั้งผอง

ความพอเพียง ผองไทย ได้ทดลอง

ขอพระครอง ศิริราษฎร์ ยิ่งยืนนาน

( ประทักษ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 460

ขอทุกคนร่วมร้อยใจให้เป็นหนึ่ง

ขอซาบซึ้งพระกรุณามหาศาล

ขอพระองค์ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน

นิรันดร์กาล ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

( ปัทมา หาญกล้า )


กลอนบทที่ 461

ไทยประชาฝ่าผจญพ้นวิกฤต

ร่วมสร้างสรรค์อย่างเป็นมิตรจิตสรรเสริญ

ตามแบบอย่างพระองค์ทรงดำเนิน

ทรงพระเจริญเป็นมิ่งขวัญปวงประชา

( เสาร์ ปัญจพงษ์ )


กลอนบทที่ 462

ทั่วถิ่นแคว้น แม้นแสน ทุรกันดาร

พ่อติดตาม ไถ่ทุกข์ สุขถ้วนหน้า

พ่อไม่ท้อ แม้เหน็ดเหนื่อย เมื่อยกายา

เพียงประชา เอิบอิ่มสุข พ่อสุขใจ

( บุศยรินทร์ เทียมสิงห์ )


กลอนบทที่ 463

พระผู้เปรียบดังพ่อของไพร่ฟ้า

พระผู้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่

พระผู้มีบุญญาบันลือไกล

พระผู้ครองถิ่นไทยด้ามขวานทอง

( เยล สุวรรณยั่งยืน )


กลอนบทที่ 464

ข้าพเจ้าและครอบครัวทั่วทั้งร้อยเอ็ด

กราบเสด็จผู้เป็นมิ่งยิ่งทั้งผอง

ข้าพระพุทธเจ้าจะทำความดีตามครรลอง

ถวายห้องพระทัยราชตราบฟ้ามลาย

( นัฐพล สารัตน์ )


กลอนบทที่ 465

จะกี่วัน กี่ปี กี่ดวงอาทิตย์

ธ สถิต อยู่ในใจ ไม่ห่างหาย

จะกี่รุ้ง กี่เดือน กี่ดาวราย

มิพร่างพราย เท่าพระทัย ไม่ร้างเลือน

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 466

ธ เป็นยิ่งมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่

น้ำพระทัยกว้างไพศาลหาใดเหมือน

ดั่งพิรุณฉ่ำทั่วหล้าที่มาเยือน

ทรงตักเตือนคนไทยให้รักกัน

( ประไพ ขวัญแก้ว )


กลอนบทที่ 467

ย้อนรำลึกถึง ๙ มิถุนา

ไทยทั่วหล้าหวายพระพรเถลิงถวัลย์

ทรงพระเจริญกึกก้ององค์อนันต์

รอยสรวลนั้นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ

( มัณฑิรา ศรีจันทร์ )


กลอนบทที่ 468

ทุกทุกบ้าน เหล่าล้วนมี ฉายาลักษณ์

มองพระพักตร์ท่านทรงงานหนักเพียงไหน

ทุกทางเดิน ที่เหยียบย่ำ ผืนดินไทย

ทั้งใกล้ไกล ประชาชน ได้ร่มเย็น

( ยงปณิธาน ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 469

ธ สถิต อยู่ในใจ ไทยทั้งหล้า

ทรงเหนื่อยล้า หลายสิบปี ที่ได้เห็น

เพื่อชาวไทย ทุรกันดาร หายลำเค็ญ

ธ ทรงเป็น มิ่งขวัญไทย นิรันดร

( ประยูร ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 470

แสนประเสริฐเกิดบนแผ่นดินท่าน

เกินจะสรรหาคำใดร่ายอักษร

พระบารมี ยิ่งฟ้า ทิฆัมพร

พสกนิกร จักจงรัก องค์ภูวไนย

( พงษ์พิศาล คูหากาญจน์ )


กลอนบทที่ 471

หลอมใจกาย กลายเป็นน้ำ รวมทั้งสิ้น

ทั้งแผ่นดิน ไม่ฉ่ำเท่า เสโทไหล

ทุกหยาดหยด กลั่นมาด้วย พระหฤทัย

ท่านทรงงาน ด้วยห่วงใย ไทยทุกคน

( สมาธิ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 472

พอเพียง เป็นแนวคิดเพื่อผองไทย

ทุกสมัยใช้ได้ไม่ขัดสน

พระกรุณามอบให้ไทยทุกคน

ด้วยเปี่ยมล้นน้ำพระทัยพระกรุณา

( วิทยา ฬิลหาเวสส )


กลอนบทที่ 473

ขอเทิดไท้องค์ราชามหาชนก

ธ ทรงปกคุ้มเกล้าเราถ้วนหน้า

ไทยร่มเย็นเป็นสุขทั่วพารา

น้อมบูชาองค์พ่อหลวงด้วยหัวใจ

( ทับทิม เรือนทิ )


กลอนบทที่ 474

ยามแห้งแล้ง ฝนโปรยปราย ไปทุกหน

ยามขัดสน ท่านประทาน ความสุขใส

ยามมีทุกข์ ท่านทรงทำ ให้สุขใจ

ไม่มีใคร เทียบเทียม องค์ราชา

( ประจักษ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 475

ใต้ร่มเงา ปกฟ้า พระบารมี

ผองไทยมี สุขศรี สุขหรรษา

ทรงเป็นปราชญ์ ที่ยิ่งใหญ่ ของประชา

เหล่าไพร่ฟ้า ขอก้าวย่าง ตามครรลอง

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 476

ธ ทรงสร้างเสกสรรปันความสุข

ปลดปัดเป่าความทุกข์ไทยทั้งผอง

ธ ทรงเป็นเฉกเช่นดั่งแสงทอง

ที่สาดส่องเส้นทางสว่างอำไพ

( นันทกา อดิเรกสมบัติ )


กลอนบทที่ 477

ไม่มีใครรักคนไทยเท่าในหลวง

ท่านทรงห่วงดูแลทั้งไกลใกล้

เสด็จเยือนทุกแห่งหนดั้นด้นไป

หวังเพียงให้ชาวไทยสุขถ้วนทั่วกัน

( สมศิริ เจตนานุศาสน์ )


กลอนบทที่ 478

สุดแผ่นดินสุดฟ้าหล้าเหล่าไทย

ยิ้มสุขศรีสุขใจเกษมสันต์

เพราะวันนี้ยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวกัน

องค์ราชันราชินีจักรีไทย

( เสาวนีย์ รัตนสมบูรณ์สุข )


กลอนบทที่ 479

ขอพระองค์ทรงอยู่คู่แผ่นฟ้า

เป็นแสงทองส่องหล้าให้สดใส

ขอพระองค์ทรงอยู่คู่คนไทย

เป็นร่มเงาในใจไทยนิรันดร์

( สิริมา เทพฤทธิ์ )


กลอนบทที่ 480

กราบแทบบาทพ่อเจ้าเราทั้งหลาย

ลูกหญิงชายซาบซึ้งพึ่งบุญท่าน

ตอบแทนคุณในหลวงปวงบริวาร

ยิ่งยืนนานธารใจทรงปรีดิ์เปรม

( pranee jewnongpho )


กลอนบทที่ 481

ข้าพุทธเจ้า ตระกูล ทิมกาญจนะ

ขอถวายพระ พร ธ องค์ ทรงเกษม

พระพลานามัย ราชหฤทัย ทรงปรีดิ์เปรม

ราษฎร์อิ่มเอม ปลื้มปีติ ถวายชัย

( ประทักษ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 482

เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม

คำยึดมั่นจดจำไว้ในพระทัย

ปวงประชาได้สุขกายสบายใจ

เพราะท่านไซร้ได้ช่วยเหลือและเกื้อกูล

( ภัทรานิษฐ์ สุวรรณกรสกุล )


กลอนบทที่ 483

ด้วยใจภักดิ์รักเลิศเทิดองค์ไท้

ชวนผองไทยทุกหมู่เหล่าเข้ารวมศูนย์

กราบพระบาทด้วยหนึ่งใจพร้อมเทิดทูน

พรั่งพร้อมพูดเพิ่งจงรักด้วยภักดี

( บุญญ์พัชรเกษม เสริมวัฒนากุล )


กลอนบทที่ 484

พ่อเปรียบดั่งร่มโพธิ์ทองของทวยราษฎร์

รอบพระบาทดำเนินไปทุกถิ่นที่

ประชาชนล้วนจงรักและภักดี

ตราบชีพนี้ขอเทิดไท้องค์ราชา

( พิศวง ชีระธรรม )


กลอนบทที่ 485

พ่อทรงเป็นพ่อหลวงของปวงชน

พ่ออดทนตรากตรำเพื่อผองหล้า

พ่อสถิตในจิตใจไทยประชา

เปี่ยมเมตตาสุดล้นพ้นพระกรุณา

( ต้นหญ้า รักแผ่นดิน )


กลอนบทที่ 486

จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพพระเจ้า

ขอล้นเกล้าล้นกระหม่อมของผองข้า

เปี่ยมพลานามัยไร้โรคา

เกษมสุขทุกทิวาและราตรี

( วีระเกียรติ รุจิรกุล )


กลอนบทที่ 487

ทุกบทบาทคือบทแบบไทยแนบแน่น

ทุกแบบแผนคือแนวทางสร้างศักดิ์ศรี

ทุกหัวใจไทยประชาสามัคคี

ทุกชีวีไทยยอมพลีเพื่อภูมินทร์

( อำภาพร จริธรรมโอภาส )


กลอนบทที่ 488

จะขอก้าวเดินตามรอยพระบาท

จะทำดีไม่ให้ขาดไม่สิ้น

จะตอบแทนหยาดเหงื่อพ่อที่ไหลริน

จะพออยู่พอกินด้วยเพียงพอ

( กฤตภัค เขียวโสภณ )


กลอนบทที่ 489

เอาดวงใจไทยทุกดวงมาร้อยเรียง

เปล่งสำเนียงเป็นเสียงว่า "รักพ่อ"

จะเจริญรอยตามอย่างเพียงพอ

เพราะ "รักพ่อ" สุดหัวใจพรรณนา

( ด.ญ.สุชญา แซ่อึ้ง )


กลอนบทที่ 490

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่ามหากษัตริย์

ธ ทรงเป็นนักปฏิบัติสืบค้นหา

ธ ทรงเป็นนักพิจารณา

ธ ทรงนักพัฒนาคู่ชาวไทย

( สมิทธิชัย หงษ์ทอง )


กลอนบทที่ 491

จะจงรัก ภักดี ด้วยจงรัก

ขอสมัคร รักมั่น มิห่างหาย

จะขอรัก "พระองค์" จนชีพวาย

จนตัวตาย ก็รักมั่น มิลางเลือน

( จักรพันธ์ อินสุด )


กลอนบทที่ 492

เป็นพ่อหลวงพ่อของคนไทยทั้งชาติ

ที่มิอาจหาสิ่งใดเปรียบได้เหมือน

รักของพ่ออยู่ในใจไม่ลืมเลือน

คอยย้ำเตือนให้มีสุขทุกคืนวัน

( ธนพร สิงห์พลาย )


กลอนบทที่ 493

แปดสิบสอง พระชนม์พรรษา มาบรรจบ

ขอน้อมนบ บาทบงสุ์ มไหศวรรย์

ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน ชั่วกัปกัลป์

อยู่นิรันดร์ เป็นมิ่งขวัญ ของปวงชน

( ภารณี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 494

แปดสิบปี ชนชาวไทย น้อมใจภักดิ์

ร้อยรวมรัก สมัครจิต อุทิศผล

ด้วยผองไทย ใจตั้งมั่น ทุกชั้นชน

มหามงคล ฉลองเลิศ องค์ราชา

( ด.ญ.ธัญญลักษณ์ กุลด้วง )


กลอนบทที่ 495

ธ เป็นดั่งสายน้ำชุ่มฉ่ำเย็น

ธ เป็นดั่งแสงเพ็ญกระจ่างฟ้า

ธ เสด็จทั่วไทยทั่วพารา

ช่วยผ่อนทุกข์ชาวประชาให้เบาบาง

( ปฤชญีน นาครทรรพ )


กลอนบทที่ 496

ธ ครองธรรม ครองไทย ครองใจราษฎร์

คือขวัญชาติ ขวัญหล้า อุษาสาง

ด้วยแสงธรรม ส่องไทย ไท้นำทาง

ให้ไทยเรา รุ่งสว่าง จิตจำเริญ

( ณัฐพงษ์ ลี้ระเดช )


กลอนบทที่ 497

๕ ธันวา เวียนบรรจบครบชนมพรรษา

ชาวประชาทั่วไทยต่างสรรเสริญ

ขอพ่อหลวงพระองค์ทรงพระเจริญ

พระราชดำเนินทั่วแคว้นถิ่นแดนไทย

( นเรศ เพียรทอง )


กลอนบทที่ 498

หกสิบปี ธ ทรงครอง สิริราช

องค์พระบาท ท่านทรงงาน หนักเพียงไหน

ทุกแห่งหน ทุรกันดาร เสด็จไป

เพื่อชาวไทย ได้พ้นทุกข์ สุขดังปอง

( ภารณี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 499

พระปกเกล้า ของพสก ชนกราษฎร์

มิได้ขาด ท่านนำไป ไทยทั้งผอง

ใต้ร่มเงา ใต้ร่มฟ้า เป็นเมืองทอง

ตามครรลอง พอเพียงเพื่อ ไทยทั้งมวล

( ด.ช.คริษฐ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 500

ธ ดุจดั่งแสงอาทิตย์สาดส่องหล้า

โอบประชาให้คลายหนาวเศร้ากำสรวล

หล่อชีวิตเลี้ยงวิญญาณมาลย์เจียนจวน

แตกดับหวนคืนฟื้นรื่นเริงรมย์

( ธีรนุช ยอดนุ่น )