กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 301

เพราะเหตุใดเราถึงรักขนาดนี้

เพราะเรามีท่านในใจไว้ใช่ไหม

ที่บอกว่ากษัตริย์เป็นที่รวมใจ

ทำให้ไทยยังเป็นไทยตราบนิรันดร์

( พัชรศรี เบญจมาศ )


กลอนบทที่ 302

ยอกรก้มประนมบังคมเกศ

ภูธเรศองค์ไผทมไหศวรรย์

ถวายชีพเทิดพระองค์พระทรงธรรม์

ทุกชนชั้นเชื้อชาติไทยเปล่งไชโย

( จิรวัธน์ โฆษะปัญญาธรรม )


กลอนบทที่ 303

ไทยเย็นร่มห่มสุขทุกข์คลายพ้น

ประชาชนมีชีวีศรีสุขโข

พ่อหลวงคุ้มเขตไทยชัยชโย

ดุจร่มโพธิ์ปกชาติจรัสจำเริญ

( หัสบดี กวีนันทวงศ์ )


กลอนบทที่ 304

ด้วยพระองค์ทรงบุญคุณเลิศล้ำ

เปี่ยมด้วยน้ำพระทัยให้สรรเสริญ

แม้ยามลูกทุกข์ยากลำบากเกิน

พระดำเนินเป่าปัดขจัดภัย

( อัมภาพันธ ปัญญาเสวนมิตร )


กลอนบทที่ 305

นับเป็นบุญที่เกิดมาในชาตินี้

แสนโชคดีมีในหลวงให้กราบไหว้

มีในหลวงที่ทรงรักและห่วงใย

ทำทุกอย่างเพื่อผองไทยทุกทุกคน

( สมพัฒน์ ทฤษฎิคุณ )


กลอนบทที่ 306

เป็นต้นแบบของความอุตสาหะ

วิริยะพากเพียรเรียนฝึกฝน

เป็นต้นแบบของความขยันอดทน

ประชาชนสรรเสริญพระภูวไนย

( จิตติยภัส ทิพานุกะ )


กลอนบทที่ 307

เปรียบดั่งฝนพรมโลกให้ชุ่มชื่น

เปรียบดั่งผืนนฟ้ากว้างกระจ่างใส

เปรียบดั่งจันทร์ส่องฟ้านภาลัย

เปรียบดั่งอุทัยส่องสว่างกลางปฐพี

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 308

พระดำรัสตรัสตอบราวเสียงทิพย์

ยลพระพักตร์แม้ไกลลิบก็สุขี

จะหาใครเป็นได้เช่นดังนี้

พระภูมีประทับในกลางใจชน

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 309

เพียงพระราชดำเนินผ่านแผ่นพื้น

กลายกลับคืนชื่นชุ่มผลิตผล

โปรยฝนหลั่งน้ำฟ้าเย็นสายชล

บันดาลดลสุขเกษมจิตเปรมปรีดิ์

( สโรชิณี ชุ่มสวัสดิ์ )


กลอนบทที่ 310

สาดแสงเทียนส่องสาดดาษนภา

อำไพผ่องท้องฟ้าสุกสดศรี

ไทยทั้งชาติน้อมถวายสดุดี

พระบารมี ธ คุ้มไทยทุกเขตแดน

( อุดร พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 311

หยดฝนเทียมหล่นจากฟ้าพาชื่นสุข

ปลดเปลื้องทุกข์คนยากมากเหลือแสน

พระคุณพ่อหาใดเปรียบเทียบทดแทน

ไทยทั้งแคว้นร่วมทำดีพลีชีวัน

( ปณิสรา บุญปลั้ง )


กลอนบทที่ 312

มาร่วมร้อยดวงใจไทยทั้งชาติ

แล้ววางแทบพระบาทพระจอมขวัญ

ให้โลกรู้ประจักษ์แจ้งแห่งราชัน

ผู้ทรงคุณอเนกอนันต์แห่งแผ่นดิน

( นภวรรณ กัญจนา )


กลอนบทที่ 313

ทุกก้าวย่างที่พระองค์ดำเนินผ่าน

ดุจสายธารปรายโปรยไม่รู้สิ้น

พระองค์คือพลังของแผ่นดิน

คนยลยินพระนามองค์ ภูมิพล

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 314

ธ เสด็จแห่งไหนราษฎร์คลายทุกข์

ธ สร้างสุขให้ประชาทุกแห่งหน

ธ ปกป้องผองราษฎร์ประชาชน

ธ สร้างคนไทยให้รักสามัคคี

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 315

พ่อสอนไว้พอใจอย่างพอเพียง

จงหลีกเลี่ยงความโลภจนก่อหนี้

ชีวิตคนดิ้นรนแต่พอดี

อย่าอยากได้อยากมีจนเกินพอ

( นิพนธ์ สุขนิยม )


กลอนบทที่ 316

พระเสด็จไปทุกที่ที่ทุกข์เข็ญ

แม้ลำเค็ญเพียงใดพ่อไม่ท้อ

ขอลูกพ่ออยู่เย็นก็เป็นพอ

ลูกจักขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป

( วราภรณ์ พึ่งพา )


กลอนบทที่ 317

ขอเพียงเห็นรอยแย้มสรวลของฝ่าบาท

แค่พระหัตถ์ทรงโบกอยู่ไหวไหว

เหมือนยกเขาออกจากอกพสกไทย

หกสิบล้านหัวใจถวายพระพร

( นภวรรณ กัญจนา )


กลอนบทที่ 318

เพียงเห็น ธ ทรงเกษมสำราญรื่น

ราษฎร์ก็ชื่นทุกข์ก็คลายได้ถ่ายถอน

น้ำตารื้นเต็มตื้นปีติวอน

ขอถวายพระพรยิ่งยืนนาน

( ณัฐ เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 319

ทุกก้าวย่างของพ่อที่สัญจร

ทุกดินดอนที่พ่อดำเนินผ่าน

พลิกดินแดนแห้งแล้งแหล่งกันดาร

พ่อประทานฝนฉ่ำชุ่มผืนดิน

( จุรีรัตน์ รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 320

พร้อมสละทุกอย่างในโลกนี้

ทั้งแก้วแหวนมณีและทรัพย์สิน

ทั้งเรี่ยวแรงพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

เพื่อองค์พระภูมินทร์ของชาวไทย

( พิราวรรณ จิรธนาธร )


กลอนบทที่ 321

อย่าแตกกันเลยหนอ "พ่อ" เหนื่อยแล้ว

มองดูแววพระเนตรสังเกตไหม

"พ่อ" ทั้งรักลูกทั้งปวงทั้งห่วงใย

"พ่อ" อยากให้ลูก "รู้ รัก สามัคคี"

( นิดา อดุลยานนท์ )


กลอนบทที่ 322

"รู้" หวงแหนแผ่นดินถิ่นกำเนิด

"รัก" กันเถิดอย่าแตกแบ่งแยกสี

"สามัคคี" เถิดหนาสามัคคี

ทำความดีรวมไทยให้พ่อดู

( นิดา อดุลยานนท์ )


กลอนบทที่ 323

เหงื่อพ่อหยดเพื่อเรามากเท่าไหร่

พ่อต้องเหนื่อยเพียงไหนใครก็รู้

พ่อคือศูนย์รวมใจไทยเชิดชู

ขอพ่ออยู่คู่ฟ้ากาลนาน

( คณิณ คุณวุฒิ )


กลอนบทที่ 324

บารมี ธ มากท้นพ้นพรรณนา

สุดจะหาใครเทียบเทียมเปรียบปาน

ขอพระสถิตเป็นมิ่งขวัญนานเท่านาน

ทั่วโลกขานนามพระผู้ภูมิพล

( สมบัติ เตชะรัตนประเสริฐ )


กลอนบทที่ 325

พระทรงเป็นมิ่งขวัญชาวสยาม

ทั่วเขตคามพระเสด็จทุกแห่งหน

เพื่อประโยชน์เพื่อสุขมหาชน

พระภูมิพลล้นเกล้าผองชาวไทย

( บริบูรณ์ รตนธงชัย )


กลอนบทที่ 326

ธ ทรงหลอมรวมใจไทยเป็นหนึ่ง

น้อมระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่

พ่อต้องเหนื่อยตรากตรำเพื่อชาวไทย

ขอสานใจร่วมคิดสร้างสิ่งดี

( เมฎาร์ อุนตระกูล )


กลอนบทที่ 327

สยามเราเป็นไทยทุกวันนี้

เป็นเพราะมีพระองค์ผู้ทรงศรี

เราชาวประชาร่วมสดุดี

ขอพระองค์ทรงอยู่คู่ประชา

( ปรียาพรรณ วิชาชัย )


กลอนบทที่ 328

สองพระบาทยาตราประชาชื่น

สักพันหมื่นหาเทียบได้ในแหล่งหล้า

ทรงตรากตรำทำงานหนักเนิ่นนานมา

เพื่อประชาพ้นยากไร้ในแผ่นดิน

( ติลก ชาลิกา )


กลอนบทที่ 329

ธ เสด็จทุกแดน มิเหน็ดเหนื่อย

ธ เสด็จทุกถิ่นที่ มิมีสิ้น

เพื่อปวงชนชาวไทยได้อยู่กิน

ดั่งหยาดฝนชโลมดินแผ่นดินไทย

( นัทธี พงษ์ดนตรี )


กลอนบทที่ 330

ทรงเป็นดุจดวงตะวันส่องทวีป

ทรงเป็นดุจดวงประทีปสว่างไสว

ทรงเป็นเทียนนำทางกระจ่างใจ

ทรงนำไทยก้าวไกลในครรลอง

( สุวัฒน์ เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 331

ขอเทิดไท้องค์ราชันขวัญประเทศ

ทรงปกเกศปกดวงใจไทยทั้งผอง

ทรงเป็นนักพัฒนานักปกครอง

โลกแซ่ซ้องสดุดีองค์ภูมิพล

( โสภิต เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 332

เพียงน้อยหนึ่งน้อยในหกสิบล้าน

หมายใจภักดิ์พระภูบาลเป็นล้นพ้น

รวมร้อยรักผสานใจไทยทุกคน

เอ่อท่วมท้นรักพ่อหลวงของไทยเรา

( นีรดา พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 333

ท่านคือพระ โพธิสัตว์หรือไฉน

เพราะเหตุใด ไยจึงห่วง ทุกคนเล่า

ท่านมีแต่ พระเมตตา ให้พวกเรา

แค่หวังเฝ้า ให้คนไทย เป็นสุขดี

( สิริมณีกร อังศรา )


กลอนบทที่ 334

ร้อยโครงการสิบล้านไทยได้เป็นสุข

ต่างหมดทุกข์ มีความหวัง มีสุขี

ธ บำรุงคนทั้งชาติตลอดชีวี

จนชีพพลีขอเทิดไท้ทรงพระเจริญ

( ประทักษ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 335

ใต้ร่มฉัตรประภัสร์เพริศเลิศความสุข

พระประมุขไทยสราญมานานเนิ่น

ทุกหลับตื่นยืนหยัดพร้อมน้อมเผชิญ

ทรงจำเริญเจิดจำรัสฐิติรัตติกาล

( นวลพรรณ มีชีพสม )


กลอนบทที่ 336

พระกษัตริย์ผู้ปรีชานักประดิษฐ์

ทรงค้นคิดพัฒนาสร้างกังหัน

ชนะเลิศเหรียญทองได้รางวัล

สิทธิบัตรของท่านเพื่อชาวไทย

( ชลัท ลุประสิทธิ์ )


กลอนบทที่ 337

ขอถวายความจงรักอย่างสุดรัก

ขอถวายดวงใจภักดิ์ไม่หวั่นไหว

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

ขอเกิดเป็นคนไทยใต้พระบารมี

( วรรณา ศิริกระแสร์เพียร )


กลอนบทที่ 338

ถวายพระพรแด่ในหลวงของปวงข้าฯ

ถวายชัยมาให้พระองค์ทรงสุขี

ทุกข์โรคภัยในแหล่งหล้าอย่าราวี

ประชาชีขอถวายพระพรชัย

( สุวรรณี เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 339

บรรจงร้อยดอกไม้รักสามัคคี

ต่างบายศรีสู่ขวัญมาลัยสาย

ความพอเพียงต่างดอกรักสลับลาย

น้อยถวายแด่องค์พระภูมิพล

( กนกพร ตั้งอมรสิริโชค )


กลอนบทที่ 340

อย่าเพียงบ่นพร่ำย้ำคำว่าจงรัก

แต่มิพักเริ่มกระทำให้เกิดผล

เริ่มจากสิ่งที่พ่อสอนไทยทุกคน

เพียงเริ่มต้นจากเพียงพอก็พอเพียง

( สุวิทย์ ตั้งอมรสิริโชค )


กลอนบทที่ 341

ยืนตรงร้องเพลงสรรเสริญ

ทรงพระเจริญเปล่งร้องไปให้เต็มเสียง

หนูร่วมร้องส่งเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง

สื่อสำเนียงให้โลกรู้หนูรักและภักดี

( ด.ญ.ณิสรา ตั้งอมรสิริโชค )


กลอนบทที่ 342

แม่สอนให้หนูก้มกราบภาพในหลวง

ว่าทรงห่วงให้ประชาไทยได้สุขี

พ่อว่าในหลวงเปี่ยมเมตตาบารมี

หนูจึงขอเป็นเด็กดีตอบแทนพระองค์

( ด.ช.ธีรกานต์ ตั้งอมรสิริโชค )


กลอนบทที่ 343

ขอเดินตามวิถีรอยเท้าพ่อ

จะพอเพียงทำตามพระประสงค์

ขอพระชนมายุยั่งยืนยง

ขอพ่อคงเปี่ยมล้นภูมิพลัง

( ธนพร หิรัญเลิศประเสริฐ )


กลอนบทที่ 344

เป็นความรัก เป็นหัวใจ เป็นไมตรี

เป็นความดี เป็นชีวัน เป็นความหวัง

เป็นความรู้ เป็นความคิด เป็นทิศทาง

เป็นศูนย์กลาง ของดวงใจ ไทยทุกคน

( อนันต์ ฉันทประทีป )


กลอนบทที่ 345

ขอตั้งมั่นในหัวใจไว้ตรงนี้

อันความดีที่ได้ทำในทุกหน

น้อมถวายแด่พ่อหลวงของปวงชน

ตามเสด็จพระราชกุศลเพิ่มผลบุญ

( ลักษมณ์ เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 346

ด้วยชีวิตและวิญญาณยอมถวาย

หากมลายทุกข์โรคไท้ให้ดับสูญ

จะร่วมรักษ์ไทยแดนนี้ทั้งเกื้อกูล

ให้จำรูญเจิดจรัสคู่ฟ้าดิน

( ศิรินันธ์ เอี่ยมประภา )


กลอนบทที่ 347

สองพระหัตถ์บำบัดทุกข์บำรุงราษฎร์

มิเคยขาดพระราชกิจสถิตถิ่น

ทรงครองธรรมครองชาตินครินทร์

องค์ภูมินทร์ปิ่นเกล้าของชาวไทย

( วรัญญู วงษ์แหยม )


กลอนบทที่ 348

ลุสมัยสวัสดิมงคล

เฉลิมพระชนม์พระภูวไนย

เสมือนสิรินิรัติศัย

สถิต ณ เกล้าพสกนิกร

( ทองกร โภคธรรม )


กลอนบทที่ 349

อยู่พอเพียงพ่อสอนใจจิตสำนึก

จิตตรองตรึกได้คิดทำคำพ่อสอน

อยู่ในใจใส่ไว้เป็นบทกลอน

ได้แน่นอนเพราะพ่อสอนแต่ความดี

( จักรพันธ์ อินสุด )


กลอนบทที่ 350

โครงการหลวงหนึ่งร้อยพันโครงการ

ราษฎร์สุขศานต์อยู่เย็นเป็นสุขศรี

ขอผองไทยจงร่วมสามัคคี

ทำความดีถวายพ่อหลวงไทย

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 351

ไทยประชาเป็นสุขทุกถิ่นที่

เพราะเรามีแก้วฟ้าแสนยิ่งใหญ่

ธ ทรงนำประเทศให้ก้าวไกล

ทั่วผองไทยน้อมใจภักดิ์สดุดี

( วาสนา ทองปลั่ง )


กลอนบทที่ 352

เศรษฐกิจพอเพียงพ่อทรงสอน

เพื่อราษฎรปฏิบัติเป็นสุขศรี

อยู่พอเพียงเลี้ยงชีพสุขทวี

ทฤษฎีของพ่อน้อมรับมา

( ด.ช.สุทธิโชค ถาวร )


กลอนบทที่ 353

พระภูมิพลอดุลยเดช

ดุจองค์เทพเสด็จโปรดรักษา

เพราะพระองค์ทรงมีพระเมตตา

ปวงประชาซึ้งในน้ำพระทัย

( ชลพินทุ์ สัตย์สม )


กลอนบทที่ 354

มหิศร มเหศวร มไหสวรรย์

พระทรงธรรม์ พระทรงภพ สบสมัย

ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน เกริกเกรียงไกร

พระพลานามัย ทรงเกษม สุขเปรมปรีดิ์

( สันติชัย วงศ์สว่าง )


กลอนบทที่ 355

โครงการหลวงหนึ่งร้อยพันโครงการ

ราษฎร์หลายล้านอยู่เย็นเป็นสุขศรี

ขอผองไทยจงร่วมสามัคคี

ทำความดีตามพ่อหลวงของไทย

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 356

ถึงท่านเหนื่อยแต่ท่านก็ไม่ท้อ

ทรงเป็นพ่อศูนย์รวมใจทุกสมัย

อยากให้ลูกรักสามัคคีตลอดไป

ทรงอยู่ในใจปวงชนตลอดกาล

( ธีรพร สุขวนาชัยกุล )


กลอนบทที่ 357

เกือบศตวรรษท่านโทรมโหมงานหนัก

ไม่ผ่อนพักเพื่อปวงชนชาติสุขศานต์

เพื่อประชนร่วมเย็นทุกวี่วาร

เพื่อบันดาลร่มโพธิ์แผ่ปกไทย

( ชนะเทพ พึ่งภักดี )


กลอนบทที่ 358

ท่านรักท่านห่วงใยไทยทั้งผอง

ตามทำนองคลองธรรมน่าเลื่อมใส

ไทยทุกคนทั้งรักทั้งห่วงใย

ทั้งชีวิตและจิตใจถวายพระองค์

( ชุติพนธ์ นามวงค์ )


กลอนบทที่ 359

ทรงเดินทางใกล้ไกลไทยทั่วหล้า

เพื่อประชาเป็นสุขดั่งประสงค์

ให้รู้อยู่พอเพียงเลี้ยงดำรง

พรพระองค์บันดาลสุขทั่วแผ่นดิน

( สุริยา ไชยตา )


กลอนบทที่ 360

องค์พ่อหลวงตรากตรำทำเพื่อชาติ

ทุกก้าวบาทผ่านพ้นโพยภัยสิ้น

เหนือล่องใต้เภทภัยเบาโบยบิน

ทั่วธานินสิ้นทุกข์สุขสำราญ

( รัชฎาพร เกษมคุณ )


กลอนบทที่ 361

ทรงค้นคิดเศรษฐกิจที่พอเพียง

เพื่อหล่อเลี้ยงปวงประชานั้นสุขสันต์

ธ ทรงงานมิว่างเว้นแต่ละวัน

เพื่อปวงชนสุขทั่วกันทั่วแผ่นดิน

( พิพรรธ ไกรวัฒนพงศ์ )


กลอนบทที่ 362

พวกเราอยู่อย่างสบายภายในบ้าน

พระองค์ท่านเสด็จไปทั่วทุกถิ่น

ช่วยประชาชาวไทยให้มีกิน

พระเสโทไหลรินเห็นชินตา

( ชนะพงษ์ คงบำรุง )


กลอนบทที่ 363

แปดสิบสอง พระชันษา มหาราช

รอยพระบาท สถิตถ้วน ทั่วทิศา

ปวงชนไทยร่มเย็นเป็นบุญญา

ด้วยเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ

( สุวิชา บุนนาค )


กลอนบทที่ 364

พระจอมปราชญ์พระราชทานแนวความคิด

ดำรงชีวิตอย่างเพียงพอก่อเกื้อหนุน

เพื่อเป็นภูมิต้านทานสามานย์ทุน

มีเจือจุนอย่างเพียงพอก่อสุขใจ

( ศิริรรณ ศิริกระแสร์เพียร )


กลอนบทที่ 365

เรียงร้อยถ้อยคำมามอบให้พ่อ

ถักทอบทกลอนอันพิศมัย

นับจากวันนี้และสืบต่อไป

พ่อจะอยู่ในใจตลอดกาล

( สุดารัตน์ สุธาชีวะ )


กลอนบทที่ 366

ธ ทรงเป็นมิ่งขวัญประชาราษฎร์

ย่างพระบาทย่ำดินทุกถิ่นฐาน

พระองค์ทรงเร่งพลิกฟื้นไม่ช้านาน

ทุกวันวารเหนื่อยยากเพื่อลูกไทย

( นฤมล ลีลาเทพินทร์ )


กลอนบทที่ 367

เพียงตาเห็น พระองค์ ในจอภาพ

หลั่งน้ำตา ปลื้มปลาย เพราะเหตุไหน

เห็นหยาดเหงื่อ หยดลงผืน แผ่นดินไทย

คือร่มไทร คือทุกสิ่ง คือพระองค์

( ณัฐวุฒิ มาสิลีรังสี )


กลอนบทที่ 368

ใต้ร่มพระบารมีนี้สุขนัก

ข้าตระหนักถึงปณิธานอันสูงส่ง

จะดำเนินตามรอยพระบาทบงสุ์

ร่วมดำรงชาติไทยให้วัฒนา

( สุรางค์รัศ คงบำรุง )


กลอนบทที่ 369

ทรงห่วงใยพสกไทยทั่วประเทศ

ธ โปรดเกศ "ทฤษฎีใหม่" ให้ศึกษา

ช่วยเสริมสร้าง "ภูมิต้านทาน" นครา

ทั้งพารา "เศรษฐกิจพอเพียง" เลี้ยงร่มเย็น

( ขนก ลิมปิพิชัย )


กลอนบทที่ 370

เย็นศิระก็ เพราะพระบริบาล

เกษมศานต์ทั่วทั้งไทยไร้ทุกข์เข็ญ

ธ หนึ่งเดียว ทรงดำเนิน ทรงบำเพ็ญ

ไทยร่มเย็น เพราะพระองค์ ท่านทรงงาน

( ด.ช.คริษฐ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 371

เศรษฐกิจ เพียงพอ พ่อทรงแนะ

ไม่ข้องแวะ ทางอบาย ทำลายผลาญ

เพื่อมีกิน มีใช้ ได้ยืนนาน

ให้ประสาน รอยรัก สามัคคี

( อดินันท์ เดชพรม )


กลอนบทที่ 372

พระสยาม นวมินทร์ ปิ่นพิภพ

ไทยน้อมนบ ในปรีชา จึงสุขขี

ใต้ร่มเงาโพธิสมภาร พระบารมี

ทรงทำดี ให้พระคุณ สุขทั่วไทย

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 373

จะชนใด เผ่าใด ในใต้หล้า

ใต้ร่มฟ้า เงาพ่อหลวง ต่างสดใส

เคยอยู่มา ไม่ว่า จะชาติใด

ก็หาไม่ สุขใจ อย่างบ้านเรา

( ธีรนัย เลิศอภิรักษ์ )


กลอนบทที่ 374

เชิญมาร่วมรวมดวงใจให้เป็นหนึ่ง

เลิกโกรธขึ้งบ่อนทำลายอายโลกเขา

สร้างความสุขอิ่มเอิบใจให้พ่อเรา

ทรงบรรเทาหายประชวรแย้มสรวลเทอญ

( ภัสสร์ศุภางค์ คงบำรุง )


กลอนบทที่ 375

ด้วยเดชะปกเกล้าชาวพสก

ไทยทั่วโลกร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญ

ร่วมกู่ก้องพร้อมเพรียงทรงพระเจริญ

ทรงพระเจริญเป็นมิ่งมั่นขวัญชาวไทย

( สุธิดา มาอ่อน )


กลอนบทที่ 376

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม

อันถ้อยคำดำรัสเป็นปฐมไว้

หกสิบปีมิเคยพักประจักษ์ใจ

พระทรงใช้แนวธรรมนำแผ่นดิน

( จิรวรรณ เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 377

มาร่วมร้อยบทกลอนถวายพ่อ

ร่วมสานต่อคุณความดีมิมีสิ้น

มาร่วมกู่ร้องไปให้โลกได้ยิน

ราษฎร์แผ่นดินถวายพระพรมา

( วัชรินทร์ ศักดิ์วานิชกุล )


กลอนบทที่ 378

พระเกื้อชีพพระเกิดชนม์พระก่อชาติ

ทุกรอยบาทก้าวย่างสร้างพฤกษา

แหล่งต้นน้ำแหล่งทำกินถิ่นธารา

เหล่าปวงข้าน้อมประนมบังคมคัล

( อนุพงษ์ ปลิวทอง )


กลอนบทที่ 379

ลูกได้เกิดมาบนแผ่นดินนี้

ช่างโชคดีมีสุขเกษมสันต์

ลูกมี "พ่อ" ที่ท่านนั้นทรงงาน

เพื่อบันดาลสุขให้กับปวงชน

( ปณัฐินี ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 380

ถักทอใจด้วยใจไทยทั้งชาติ

บรรจงวาดใจภักดิ์รักท่วมท้น

เรียงร้อยกรองเทิดไท้ชัยมงคล

เฉลิมพระชนมพรรษาพระภูวไนย

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 381

นี่คือกษัตริย์ผู้ทรงเป็นแบบอย่าง

พระทรงสร้างความผาสุกแก่ยุคสมัย

ทรงเป็นศูนย์รวมรักเป็นหลักชัย

เป็นศูนย์รวมดวงใจไทยทุกคน

( ธัญจิรา ศักดิ์วานิชกุล )


กลอนบทที่ 382

เกียรติยศก้องหล้าทั้งธานินทร์

พระภูมินทร์ดั่งเทพเสด็จทุกหน

บำบัดทุกข์ส่งสุขให้ทุกคน

สยามชนรักยิ่งกว่าดวงใจ

( สุพัฒนี บุญถิ่น )


กลอนบทที่ 383

ห้าธันวาวันพ่อมหาราช

ประชาราษฎร์ทุกคนใจผ่องใส

ร่วมกันจุดเหล่าเทียนฉลองชัย

เราร่วมใจกันมาถวายพระพร

( ศราวุธ หมายสนิท )


กลอนบทที่ 384

กราบบังคับ ฝ่าละออง ธุลีพระบาท

พระสามารถ ปรีชา ล้ำคำสอน

ความพอเพียง เพื่อคนไทย สุขแน่นอน

ทรงอาทร ราษฎร ทั่วทุกคน

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 385

ทุกทุกที่เสด็จไปแม้ไกลห่าง

ทุกทุกย่างเสด็จไปหลายแห่งหน

ขอคนไทยร่วมภักดีองค์ภูมิพล

มิ่งมงคลพระองค์ทรงพระเจริญ

( ปนัดดา สิงอินทร์ )


กลอนบทที่ 386

ธ เทียบเท่าเทวาช่วยป้องปก

เหล่าพสกนิกรทั่วถิ่นเถิน

ได้อยู่ดีกินดีไม่ขาดเกิน

ขอให้ ธ เจริญยิ่งยืนนาน

( ณัฐธยาน์ การุญ )


กลอนบทที่ 387

ทุกถิ่นแคว้นแผ่นดินไทยอาศัย

ที่ใครใครอยู่ดีทุกถิ่นฐาน

เหล่าไพร่ฟ้าเปรมปรีดิ์แสนสราญ

ยิ้มเบิดบานอยู่ดีและกินดี

( สำอางค์ เนื่องเจริญพร )


กลอนบทที่ 388

ทรงเสด็จแห่งใดทั่วใต้หล้า

ในร่มฟ้าสุขเกษมเปรมสุขี

ปวงชนไทยรักท่านยิ่งชีวี

ทรงเป็นศรีของผองไทยได้ร่มเย็น

( ด.ช.สุทธิโชค ถาวร )


กลอนบทที่ 389

ภูมิใจเกิดใต้บารมีของพ่อ

ขอทำดีไม่ท้อให้พ่อเห็น

เดินตามรอยเท้าพ่อไม่ลำเค็ญ

ให้โลกรู้เราเป็นไทยใจภักดี

( ปาริฉัตร ศาลิคุปต )


กลอนบทที่ 390

เศรษฐกิจพอเพียงพ่อสอนไว้

อยู่ในใจทั้งผองปองสุขี

ตลอดมาทรงสร้างแต่ความดี

ราษฎร์เปรมปรีดิ์ด้วยพระองค์ทรงบันดาล

( ด.ช.สุทธิโชค ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 391

ร้อยดวงใจจารึกศิลป์ถิ่นภาษา

ร้อยกรองมาถวายรักให้สืบสาน

ร้อยหัวใจภักดีไว้ตลอดกาล

ถวายพระภูบาลทรงพระเจริญ

( ธนญา ศักดิ์วานิชกุล )


กลอนบทที่ 392

ทรงเป็นราชาแห่งมหากษัตริย์

ทรงเป็นฉัตรปกเกล้าฯ ชนสรรเสริญ

ทรงนำชาติก้าวไกลสู่ความเจริญ

ทุกก้าวเดินทำเพื่อชาติประชาชน

( ชูศักดิ์ สิริพัฒนบุตร )


กลอนบทที่ 393

โอ้องค์ภูธเรศ

ทรงปัดเป่าทุกข์เทวษไทยทุกหน

ทุกแห่งที่เสด็จดำเนินดล

ดั่งหยาดฝนหยดกลางใจไทยทั้งปวง

( สุดใจ สิริพัฒนบุตร )


กลอนบทที่ 394

ขอก้มกราบแนบบาทพระทรงภพ

ไทยเคาพ แซ่ซ้อง องค์ในหลวง

ทรงห่วงใย ทั้งใกล้ไกล ไทยทั้งปวง

ธ เหนือดวง หทัย ไทยทุกคน

( ประทักษ์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 395

ท่านดำรงพระองค์ไม่ห่างเหิน

ท่านชวนเชิญความคิดไม่ขัดสน

ให้คนไทยมีสุขกันทุกคน

มิ่งมงคลพ่อหลวงของชาวไทย

( ด.ญ.ชนมน รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 396

พระเสโทไหลหลั่งลงพิภพ

มิรู้จบ ท่านทำงาน ทุกแห่งไหน

ท่านเสด็จก้าวเดินทางไกลแสนไกล

ก็เพื่อไทย ได้ร่มเย็น สุขเปรมปรีดิ์

( ศิวรุตม์ ทิมกาญจนะ )


กลอนบทที่ 397

โครงการหลวงเพราะห่วงใยไทยทั้งชาติ

เพื่อทวยราษฎร์ของพระองค์สุขสดศรี

สมเป็นองค์ วงศ์มงคล ราชจักรี

ทุกชีวีทั่วทั้งไทยสุขชั่วกาล

( อัมพวัน จิตต์สาคร )


กลอนบทที่ 398

องค์เหนือหัวชาวไทยใครเปรียบเหมือน

มิแชเชือนห่วงราษฎร์ทุกถิ่นฐาน

ทั้งเหนือใต้ออกตกแหล่งกันดาร

เสริมโครงการเศรษฐกิจให้พอเพียง

( อุดร การุญ )


กลอนบทที่ 399

เหล่าประชาคราญคร่ำเพียงหนึ่งไซร้

แม้ใกล้ไกลได้ยินทุกสรรพเสียง

ว่าแน่ใจหัวใจไทยท่านอยู่เคียง

ถ้อยจงรักร้อยเรียงร้อยใจไทย

( โชติเวชญ์ อึ้งเกลี้ยง )


กลอนบทที่ 400

รักพระองค์ เท่าฟ้า มหาสมุทร

รักพระองค์ ดุจชีวิต ก็พลีได้

รักพระองค์ ด้วยภักดี ตลอดไป

รักพระองค์ เหนือสิ่งใด ด้วยเทิดทูน

( สุพัฒนี บุญถิ่น )