กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 201

บทเพลงแห่งหัวใจไทยทั้งผอง

กึกก้องกลบสมัยไปทุกหน

กัมปนาทนาครสะท้อนวน

บันดาลดลสนั่นดังทั้งจักรวาล

( กฤตย์ดิศร กรเกศกมล )


กลอนบทที่ 202

พ่อทรงเป็นดวงใจไทยทั้งผอง

พ่อปกครองให้ร่มเย็นทั่วถิ่นฐาน

แปดสิบสองพรรษาผาสุขสราญ

ลูกชาวไทยพร้อมขับขานขอสดุดี

( กมลทิพย์ ผ่านสำแดง )


กลอนบทที่ 203

ไทยอยู่รอดปลอดภัยไม่อดอยาก

แม้นลำบากองค์พ่อไม่ท้อหนี

ยังมุ่งมั่นทุ่มแรงใจเกินกายมี

เพื่อลูกนี้เป็นสุขพ่อพอใจ

( ประเชิญ เสือใหญ่ )


กลอนบทที่ 204

ห้าธันวา บรรจบ ครบวาระ

หมู่คณะ น้อมนพ พิสมัย

เทิดทูนเกียรติ ในหลวง ของปวงไทย

น้อมนำใจ เป็นหนึ่ง ซึ่งความดี

( กฤษติกร มาประจง )


กลอนบทที่ 205

ร้อย หัวใจล้านหัวใจพร้อมใจภักดิ์

กรอง ดวงมานสมานสมัครเป็นสักขี

ด้วย ศรัทธาแห่งข้าฯบาทเฉกราชพลี

จงรัก เทิดองค์ภูมีนิรันดร์กาล

( ชวนาถ สิทธิบุศย์ )


กลอนบทที่ 206

ขอเชื่อมั่นความพอเพียงว่าเพียงพอ

ขอสืบต่อความเป็นไทยให้สืบสาน

ขอรักชาติให้ชาติอยู่ยั่งยืนนาน

ชั่วลูกหลานขอเป็นลูกของแผ่นดิน

( นฤมล มูลสภา )


กลอนบทที่ 207

ถูกถามไถ่ทำไมรักในหลวง

จิตทั้งดวงตอบว่องไวไร้ถวิล

เพราะพระองค์ทรงงานหนักรักแผ่นดิน

มิหมดสิ้นน้ำพระทัยไหลลำธาร

( พิมพ์รัก ชัยกุล )


กลอนบทที่ 208

พระองค์ทรงห่วงใยเราทั้งผอง

ให้ปรองดองผองไทยใจสมาน

ทำเพื่อเราคนไทยให้สำราญ

ร่วมทำทานสืบไปไทยรักกัน

( ปิยะพงษ์ เกษมวงศ์วัฒน์ )


กลอนบทที่ 209

รักในหลวงพอเพียงเรียงร้อยจิต

ทุกเซอร์วิสสิ่งจิตอธิษษฐาน

ขุมกำลังใดใดในอวตาร

ร่วมประสานดวงใจทรงพระเจริญ

( โกเมน พิบูลย์โรจน์ )


กลอนบทที่ 210

พระองค์ทรงงานหนักไม่พักผ่อน

ด้วยอาทรด้วยรักไม่ห่างเหิน

พ่อหลวงไทยนำไทยให้เจริญ

ขอสรรเสริญพระคุณพ่อด้วยดวงใจ

( นีรดา พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 211

เกิดครั้งหนึ่ง จึงขอ แทนพระคุณ

จากผลบุญ ที่เคยก่อ พ่อสอนไว้

จะช่วยพ่อ ต่อชาติ คลาดจากภัย

หวังเพียงให้ พ่อหลวง หมดห่วงเอย

( บุรวิชช์ ชนาธิปัตย์ )


กลอนบทที่ 212

ปัญหาไทยใหญ่น้อยพ่อช่วยแก้

ทั้งดูแลทุกข์สุขไม่นิ่งเฉย

พระคุณท่านยิ่งใหญ่หาใดเลย

จักเปรียบเปรยเทียมพระองค์คงไม่มี

( พิทยา มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 213

แม้นว่าอยู่ถิ่นใดที่ไกลใกล้

หรือว่าใครแบ่งแยกเป็นเฉกสี

ไทยทั้งผองล้วนรักองค์พระภูมี

สามัคคีร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว

( บุษกร แสงแก้ว )


กลอนบทที่ 214

กี่ฝนแล้งภัยแล้งดินแห้งแตก

กี่ทางแยกกี่หยาดฝนหรือน้ำเชี่ยว

พ่อทรงรวมใจไทยเป็นหนึ่งเดียว

เพื่อป่าเขียวดินดีไทยร่มเย็น

( เรณุกา ฤทธิเดช )


กลอนบทที่ 215

พ่อคือหนึ่ง ซึ่งเผื่อแผ่ แลประชา

ความอ่อนแรง เหนื่อยล้า หาได้เห็น

คอยพิทักษ์ ปกปัก ให้ร่มเย็น

สมกับเป็น มิ่งขวัญ ราชันไทย

( บุรวิชช์ ชนาธิปัตย์ )


กลอนบทที่ 216

ขออภิวาทแทบบทบงสุ์พระทรงศักดิ์

ด้วยใจภักดิ์องค์ราชันมิหวั่นไหว

ขอทวยเทพทุกชั้นฟ้าสุราลัย

ถวายชัยแด่พระองค์ทรงพระเจริญ

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 217

ร้อยความรักร้อยความดีภักดีให้

องค์พ่อหลวงจอมไผทไม่ห่างเหิน

ร้อยดวงใจร้อยมาลามาอัญเชิญ

ทรงพระเจริญสถิตอยู่คู่แผ่นดิน

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 218

ร้อยศรัทธาร้อยอาทรจากปวงราษฎร์

ถวายองค์ภูวนาถมิรู้สิ้น

ร้อยจงรักร้อยใจภักดิ์ทุกชีวิน

ถวายองค์ภูมินทร์ปิ่นกมล

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 219

"พ่อ" คือศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

"พ่อ" เยี่ยมบาทเป่าภัยราษฎร์ทุกแห่งหน

"พ่อ" อุทิศพระวรกายให้ผองชน

"พ่อ" ภูมี ภูมิพล ทรงพระเจริญ

( ภัทรวลัย ศิริอนุการวัฒนา )


กลอนบทที่ 220

พระคุณพ่อกว้างใหญ่ดุงผืนฟ้า

ความเมตตาแห่งพ่อโลกสรรเสริญ

บำรุงสุขทวยราษฎร์ไทยเจริญ

ขออัญเชิญพรเทวาคุ้มพ่อเอย

( จุรีรัตน์ รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 221

ขอชาวไทยถวานพรพระภูมินทร์

ด้วยชีวินหาคำใดมาเอื้อนเอ่ย

พ่อทรงงานหนักไซร้ไม่ละเลย

อย่านิ่งเฉยน้อมรวมใจไทยทุกคน

( ศรีลักษณ์ อนุตรฤกษ์วงศ์ )


กลอนบทที่ 222

ประนมกรอธิษฐานจากล้านจิต

คุณความดีน้อมอุทิศประสิทธิ์ผล

ขอปวงเทพเทวัญบันดาลดล

ให้องค์พระภูมิพลพ้นโรคา

( เอื้อมพร พรมเวียง )


กลอนบทที่ 223

จักขออยู่เคียงข้างรองพระบาท

จักขอตายเพื่อชาติศาสนา

จักขอทำชาติไทยให้พัฒนา

สมเจตนาพ่อหลวงของปวงชน

( พิชากร ถิระวัฒน์ )


กลอนบทที่ 224

พระคือ สายพิรุณหลั่งจากฝั่งฟ้า

พระคือ ลมพัดพาทุกข์ทุกแห่งหน

พระคือ แสงส่องสว่างกลางใจชน

"พระภูมิพล" อยู่ในใจไทยทั้งมวล

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 225

พระคือ เสาหลักชัยในชีวิต

พระคือ หลักความคิดไทยทั่วถ้วน

พระคือ หลักประจำใจไทยทั้งมวล

ทุกอย่างล้วนเพราะพระองค์ผู้ทรงธรรม์

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 226

ด้วยน้อมเกล้าเรารวมใจไทยทั้งผอง

เราร่วมพ้องสามัคคีสมานฉันท์

เราทำดีควายสัตย์ปฏิญาณ

เราทำการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

( อภิชาต ตลับทอง )


กลอนบทที่ 227

อยากจะบอกรักพ่อใหโลกรู้

อยากจะกู่ก้องร้องไปให้สุดเสียง

ในโลกนี้ยากจะหาใดเทียบเคียง

รักของพ่อคอยหล่อเลี้ยงเราคนไทย

( อิษฎา กุลรัตน์ )


กลอนบทที่ 228

เหงื่อของพ่อรินไหลลูกพ่อเห็น

ทุกข์ลำเค็ญของลูกพ่อแก้ไข

แบบอย่างพ่อประทับไว้ในหัวใจ

คำของพ่อท่องไว้รู้พอเพียง

( จุรีรัตน์ รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 229

ความจงรักถักดีมีเต็มเปี่ยม

อาจเทียบเทียมฟ้าร้องก้องกึกเสียง

เทิดพระองค์ทรงธรรมนำร้อยเรียง

ต้นแบบเคียงคู่ดวงจิตตราบนิจกาล

( อำไพพรรณ น้อยหนูจัตุรัส )


กลอนบทที่ 230

ลูกของพ่อคนนี้ไม่ท้อถอย

จะยังคอยตั้งจิตอธิษฐาน

ให้พ่อหลวงปลอดโรคสุขสำราญ

เพื่อทรงงานช่วยราษฎร์ปราศทุกข์ภัย

( มาลินี แจ่มใส )


กลอนบทที่ 231

พระคุณท่าน หนุนนำ ไทยทั้งชาติ

สร้างโอกาส ให้ชน คนรุ่นใหม่

คิดดี ทำดี พลีใจกาย

ร่วมถวาย เบื้องบาทบงสุ์ ทรงพระเจริญ

( นนทลี วีรชัย )


กลอนบทที่ 232

หล่อหลอมรวมจิตราษฎร์ปราศจากสี

เทิดภักดีน้อมพร้อมสรรเสริญ

เศรษฐกิจพอเพียง เคียงดำเนิน

ทุกก้าวเดินตามรอยองค์พระทรงธรรม์

( วราวรรณ น้อยหนูจัตุรัส )


กลอนบทที่ 233

ขอพระเดชปกเกล้าชาวสยาม

ขอพระนามโลกก้องต้องกล่าวขาน

ขอพระเกียติยืนยงอยู่คงนาน

ขอพระผ่านฟ้าอยู่เคียงคู่ไทย

( วิชัย โถสุวรรณจินดา )


กลอนบทที่ 234

"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม"

คือถ้อยคำซึ่งพระองค์ทรงตรัสไว้

เพื่อประโยชน์ของพสกนิกรไทย

ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

( ด.ญ.สิรภัสสรา ชัยวัฒน์พงศกร )


กลอนบทที่ 235

เปี่ยมด้วยรักด้วยฝันอันยิ่งใหญ่

เปี่ยมด้วยน้ำพระทัยที่เกื้อหนุน

เปี่ยมด้วยความเมตตาและการุณย์

ทดแทนคุณของพ่อด้วย "พอเพียง"

( คณิณ คุณวุฒิ )


กลอนบทที่ 236

มีถ้อยคำบ้างไหมในโลกหล้า

ที่ไพเราะเกินกว่าจะเอ่ยเสียง

และความหมายยิ่งใหญ่เกินเทียบเคียง

จะขอนำมาร้องเรียงในบทกลอน

( วิภว์ บูรพาเดชะ )


กลอนบทที่ 237

ร้อย ดวงจิต อธิษฐานประสานเสียง

กรอง ความคิด ร้อยเรียง ร่ายอักษร

ด้วย ภักดี พระองค์ท่าน นิรันดร

จงรัก แล้วมิอาจถอน คลอนจิตดวง

( ปรารถนา จริยวิลาศกุล )


กลอนบทที่ 238

เพียงได้เฝ้าไกลไกลในโทรทัศน์

พระพักตร์ชัดทรงแจ่มใสแล้วคลายห่วง

ลืมเรื่องรวมวุ่นวายไปทั้งปวง

กราบในหลวงของปวงชนเผ่าคนไทย

( นิติพงษ์ ห่อนาค )


กลอนบทที่ 239

ให้ความรักสุดยิ่งใหญ่แด่ในหลวง

อยู่ในทรวงประชาไม่ห่างไกล

อยู่ในใจพวกเราตลอดไป

จะไม่ให้ใครมาดูถูกคนไทย

( ด.ช.กฤษฎา ยงไสว )


กลอนบทที่ 240

ขอพระองค์ทรงเบิกบานสำราญรื่น

โรคาอื่นหมื่นแสนอย่าแม้นหมาย

อายุยืนหมื่นชันษาวรกาย

ถวายพระองค์ดำรงชัย...ไชโย

( ธีระพนธ์ การุณ )


กลอนบทที่ 241

พ่อสอนไว้การให้ด้วยใจแท้

มุ่งแน่วแน่แม้ร้ายมาไม่ตอบโต

พึงตั้งมั่นความดีไว้ในมโน

จะสุโขสุขีทั้งชีวัน

( จารุณี พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 242

เพราะคนไทยโชคดีที่สุดแล้ว

ร่มฉัตรแก้วปรีดิ์เปรมเกษมสันต์

โครงการพระชารดำริผลิผลพลัน

ชีพจึงมั่นคงอยู่คู่แผ่นดิน

( อารีย์ น้อยหนูจัตุรัส )


กลอนบทที่ 243

แค่เพียงพอพอดีในชีวิต

เพียงตั้งจิตดีพอไม่สูญสิ้น

พ่อสอนไว้ให้พอเพียงเป็นอาจิณ

น้ำพระทัยไหลรินชุ่มดินแดน

( ณัฐพล เหมศิริ )


กลอนบทที่ 244

เย็นศิระเพราะพระบริบาล

กาลเนิ่นนานน้ำพระทัยพันหมื่นแสน

รวมหัวใจปวงชนผลดินแดน

ผลิเบ่งบานทั่วแคว้นแดนบิดา

( เกรียงไกร วงษ์วานิช )


กลอนบทที่ 245

ภ. ภูมี พ่อพาภพพอเพียง

ป. ปรมัตถ์ บ่เอียง ไปทั่วหล้า

ร. ราชา ธ สร้าง ฝนน้ำฟ้า

มหาราช บุญญาฯ กษัตริย์ไทย

( พินิจนันท์ ทองอุ่น )


กลอนบทที่ 246

ให้โลกรู้ เราคนไทย ใจภักดิ์

ให้โลกรู้ ถึงความรัก อันยิ่งใหญ่

ให้โลกรู้ ถึงบารมี กษัตริย์ไทย

ให้โลกรู้ เราคนไทย ใจเดียวกัน

( ปรียนุช ชัยกุล )


กลอนบทที่ 247

ร้อยดวงใจส่งไปให้พ่อหลวง

ไทยทั้งปวงพร้อมใจอธิษฐาน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ตลอดกาลขอทรงอยู่คู่แผ่นดิน

( อนุพันธ์ สาระวาท )


กลอนบทที่ 248

เพียงเห็นหน้าต่างนั้นชนพลันชื่น

ทุกหลับตื่นภักดีชีวีถวิล

หวังเห็นรักสามัคคีทุกชีวิน

ไทยทุกถิ่นรวมดวงใจถวายพระพร

( อำไพพรรณ น้อยหนูจัตุรัส )


กลอนบทที่ 249

ขอจดจำพระคุณของพ่อไว้

จำขึ้นทุกดำรัสที่พ่อสอน

ขอเรียงร้อยถ้อยคำเป็นคำกลอน

ถวายพระพรชัยมงคลมหาราชา

( ธนพร หิรัญเลิศประเสริฐ )


กลอนบทที่ 250

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมน้อมกราบไหว้

นบเบื้องบาทพระภูวไนยจอมนาถา

ทีฑายุโกโหตุมหาราชา

ลุเฉลิมชนม์พรรษาถวายพระพร

( พิมพ์ทอง สุขสมจิตร )


กลอนบทที่ 251

รักพ่อรักมั่นจิตนิจเสมอ

รักล้นเอ่อมากล้ำพร่ำสั่งสอน

ลูกหลานล้วนยึดมั่นไม่สั่นคลอน

ความดีนั้นพ่อสอนให้ทุกวันคืน

( ณัฐยา บุญเสรฐ )


กลอนบทที่ 252

ขอวอนเทพ ทั่วแคว้น แดนสวรรค์

อภิบาล ภูวไนย ให้สดชื่น

ที่ประชวร พลันหาย สบายคืน

พระชนม์ยืน หมื่นปี หมื่น หมื่น ปี

( ธัชกร อุยสกุล )


กลอนบทที่ 253

เราชาวไทยมีสุขทุกค่ำเช้า

คลายโศกเศร้าพ้นทุกข์มีสุขี

ผืนดินน้ำฉ่ำเย็นป่าขจี

พระบารมีพ่อหลวงยั่งยืนนาน

( นันทฉัตร พันธเศรษฐ )


กลอนบทที่ 254

ธ ทรงเป็นมิ่งขวัญของชาวไทย

ทรงเหน็ดเหนื่อยเพียงใดเพื่อประสาน

ความเป็นไทยจะอยู่คู่ยิ่งยืนนาน

ตลอดกาลขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( สกาวรัตน์ เสถียรุจิกานนท์ )


กลอนบทที่ 255

ปวงประชาชนไทยพร้อมใจรัก

สวามิภักดิ์กึกก้องร้องสรรเสริญ

ทุกแห่งที่พระองค์ทรงดำเนิน

เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญก้องแผ่นดิน

( สุรเกตุ เรืองแสงระวี )


กลอนบทที่ 256

คุณของพ่อกว้างใหญ่เท่าผืนฟ้า

ความเมตตาของพ่อมิเคยสิ้น

ความจงรักภักดีท่วมแผ่นดิน

เรามีอยู่มีกินด้วยพ่อเรา

( จุรีรัตน์ รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 257

ร่มพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม

บังคมน้อมนพรัชพระบาทเจ้า

ร้อยคำพ่อสอนไว้รับใส่เกล้า

ผองไทยเราร่วมใจถวายพระพร

( บุญช่วย เล้าบัณฑิต )


กลอนบทที่ 258

เพราะทรงเป็นดวงใจไทยทั้งชาติ

ดับทุกข์ราษฎร์ สร้างสุข ไกลทุกข์ร้อน

แม้เป็น "เจ้า" อยู่ "หัว" แห่งนาคร

ธ ประทับ ถาวร กลาง "ใจ" ไทย

( สมศักดิ์ วิวัฒน์ไพศาล )


กลอนบทที่ 259

ทรงเป็นดั่งน้ำทิพย์ชะโลมใจ

ไม่มีใครในหล้าจะเทียบได้

ทุกข์สุขของลูกพ่อไม่ดูดาย

ปลอบประโลมให้คลายหายทุกข์ตรม

( สุนีย์ อัศวชนะการ )


กลอนบทที่ 260

พระทรงเป็นยิ่งกว่ามหากษัตริย์

ทรงขจัดทุกข์ที่ชนทนขื่นขม

พระคือเสด็จมิใช่สร้างทางนิยม

ทรงฝ่าลมฝนเพื่อเอื้อประชา

( วิชัย โถสุวรรณจินดา )


กลอนบทที่ 261

ธ ทรงเป็นผู้ที่มีแต่ให้

น้ำพระทัยยิ่งใหญ่เหนือเวหา

ขอจงทรงแข็งแรงพระกายา

อยู่เป็นมิ่งขวัญฟ้าปวงชาวไทย

( วาสนา คงเมือง )


กลอนบทที่ 262

ขอพระองค์ทรงเจริญพระพรรษา

เป็นร่มเกล้าชาวประชาทั้งน้อยใหญ่

พระบารมีจะปกคลุมทั่วถิ่นไทย

ร้อยดวงใจถวายพระองค์ทรงพระเจริญ

( เนตรนิภา สิญจนาคม )


กลอนบทที่ 263

บางเรื่องราวให้กล่าวไปก็ไม่กล้า

บางวาจาในบางครั้งยังขัดเขิน

แต่เรื่องหนึ่งซึ่งมั่นใจอย่างเหลือเกิน

"ฉันขอเดินตามรอยพ่อตลอดไป"

( กันติมา รงศ์เหลืองอร่าม )


กลอนบทที่ 264

ร่วมเรียงถ้อยร้อยรักสมัครสมาน

นานเท่านานผ่านกาลผ่านสมัย

ทั้งแผ่นดินชื่นสุขหฤทัย

เหนือใต้ออกตกเทิดไท้แด่องค์

( ประเวช จินไชย )


กลอนบทที่ 265

บารมี ธ ปกคุ้มประเทศ

ด้วยทรงเมตตาธรรมตามประสงค์

ธ สร้างไทยเข้มแข็งและมั่นคง

อยู่ยืนยงคู่ฟ้าดั่งขวานทอง

( อุดร พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 266

พ่อคือองค์ราชันจอมกษัตริย์

ผู้ทรงฉัตรให้ร่มเงาไทยทั้งผอง

พ่อคือผู้ทรงธรรม ตามครรลอง

เสียงกึกก้องสรรเสริญพระบารมี

( จุรีรัตน์ รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 267

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่าเทวราช

ภัทรราชปกเกล้าฯ เกศเกศี

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่าใครในปฐพี

ชั่วชีวีขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( นัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ )


กลอนบทที่ 268

พ่อทรงงานเหนื่อยหนักไม่พักผ่อน

จักแดดร้อนฝนแล้งไม่ห่างเหิน

เพียงเพื่อไทยยั่งยืนสุขเจริญ

ร่วมสรรเสริญพระคุณพ่อด้วยดวงใจ

( สโรชิณี ชุ่มสวัสดิ์ )


กลอนบทที่ 269

พ่อทรงเป็นพ่อหลวงไทยทั้งชาติ

เหงื่อทุกหยาดหยดทั่วแคว้นทั้งไกลใกล้

พระประสงค์ร่วมสร้างพลังใจ

ให้ชาวไทยมีสุขทุกคืนวัน

( พิพัฒน์ มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 270

ลูกเฝ้าขอพรต่อเทพเทวา

โปรดช่วยคุ้มครองราชาดั่งมิ่งขวัญ

ขอทุกข์โศกโรคภัยมลายพลัน

เกษมสันต์อยู่คู่ฟ้าตรายเท่านาน

( สุนทรี งามสันติสุข )


กลอนบทที่ 271

คอยปกปักรักษาประชาราษฎร์

ประชาชาติพร้อมพรักสมัครสมาน

ด้วยบารมีแห่งพระองค์ทรงยืนนาน

ดุจสวรรค์ฟ้าประทานให้ชาวไทย

( วีณา เอกอุดมสุข )


กลอนบทที่ 272

ในบางวัน ที่ท้อเหนื่อย จนใจล้า

พ่อช่วยให้ ลูกกล้า คิดแก้ไข

เป็นแบบอย่าง สำหรับ ก้าวต่อไป

จะเหน็ดเหนื่อย เพียงไร ต้องใฝ่ดี

( รตี งามนิยม )


กลอนบทที่ 273

แม้เป็นเพียงหนึ่งในหกสิบล้าน

จะแทนคุณพระบริบาลไม่หน่ายหนี

ด้วยหวังใจไทยอยู่อย่างสามัคคี

ตามประสงค์พ่อทรงมีมาแสนนาน

( เรณุกา ฤทธิเดช )


กลอนบทที่ 274

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่ง

นั่นคือสิงเสียงก้องร้องประสาน

จากหัวใจคนไทยในทุกวาร

พระอยู่ในดวงมานทุกกาลไป

( วิชัย โถสุวรรณจินดา )


กลอนบทที่ 275

ทรง เป็นปราชญ์ปรีชาสามารถ

ทรง เป็นมหาราชที่ยิ่งใหญ่

ทรง เป็นศูนย์รวมของดวงใจ

ปวงชาวไทย แซ่ซ้อง ทรงพระเจริญ

( ปรียนุช ชัยกุล )


กลอนบทที่ 276

พระเมตตา ของท่าน ยิ่งใหญ่หลวง

ไทยทั้งปวง ล้วนแซ่ซ้อง สรรเสริญ

ทุกถิ่นที่ ท่านเสด็จ พระราชดำเนิน

นำความเจริญ มากมายสู่ แผ่นดินไทย

( สุรชัย ศรียศชาติ )


กลอนบทที่ 277

เก็บดอกความรักสมัครสมาน

เสกสรรค์อนันตกานต์แห่งสมัย

เป็นด้ายทิพย์ร้อยรักรวมหัวใจ

ต่างมาลัยถวายพระองค์ทรงพระเจริญ

( วุฒินันท์ ชัยศรี )


กลอนบทที่ 278

พระทรงธรรมทรงเป็นธรรมราชา

ไทยถ้วนหน้าจึ่งพร้อมน้อมสรรเสริญ

ถวายพระพรขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ขออัญเชิญเทพเทวามาอวยชัย

( ลดารัตน์ เจริญพินิจการ )


กลอนบทที่ 279

ล้านปวงชนคนไทยใจจงรัก

ล้วนประจักษ์ในพระคุณสุดยิ่งใหญ่

ธ ทรงเป็นพ่อหลวงของชาวไทย

ขอน้อมใจถวายพระพรกลอนมงคล

( นาฏอนงค์ เชษฐ์ตระกูล )


กลอนบทที่ 280

ใจจงรัก ในหลวงของปวงราษฎร์

ใจจงรัก มหาราชทุกแห่งหน

ใจจงรัก ในองค์ภูวดล

ใจจงรัก พระภูมิพลตลอดกาล

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 281

ลูกขอรักพ่อหลวงเท่าดวงชีพ

ดั่งประทีปส่องแสงแรงฉายฉาน

ขอพระองค์ชนมายุยิ่งยืนนาน

อยู่กับลูกกับหลานนาน นานเทอญ

( นนทวัฒน์ ลำนัย )


กลอนบทที่ 282

พ่อเป็นหลักแห่งแผ่นดินถิ่นสยาม

ไทยทุกนามล้วนยกย่องซ้องสรรเสริญ

ขอน้อมกราบพระองค์ทรงพระเจริญ

มาร่วมเดินตามรอยท่านสานความดี

( เมธินี พิทักษ์ธนานนท์ )


กลอนบทที่ 283

ด้วยเดชะพระทรงทศพิธ

เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงวิถี

อุทิศองค์ทรงนำทางวางวิธี

ไทยธานีจึงพูนสุขแสนสราญ

( พิมพ์ทอง สุขสมจิตร )


กลอนบทที่ 284

ชุลีบาทสยามินทร์องค์ปิ่นฉัตร

วอนไตรรัตน์เทวฤทธิ์อธิษฐาน

ขอทรงสฤษฏ์ทุกสิ่งหวังดั่งบันดาล

เกษมสราญพละมั่นนิรันดร

( ศรีสุรางค์ โอสถานุเคราะห์ )


กลอนบทที่ 285

พ่อสรรค์สร้างพลังใจในชีวิต

แม้นวิกฤตอุปสรรคดั่งสิงขร

บารมีพ่อคุ้มภัยให้จากจร

คำพ่อสอนสถิตใจไปชั่วกาล

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 286

เรียงดาวบนราวฟ้ามาแทนถ้อย

เรียงเดือนร้อยประดับร่วมขับขาน

เรียงพระราชกรณ๊ยกิจสถิตมาน

เรียงใส่พานมหาสมุทรมิสุดลง

( อาภาพร วรรณสุนธยา )


กลอนบทที่ 287

เทิดทูนพระทรงธรรมเลอล้ำค่า

พระปรีชาสร้างสรรค์อันสูงส่ง

เมตตาโอบเอื้อเพื่อธำรง

ขอจงทรงพระเจริญหมื่นหมื่นปี

( ยุทธพงศ์ พฤกษ์พัฒน์พงศ์ )


กลอนบทที่ 288

เกิดเป็นไทยภูมิใจไทยยิ่งแล้ว

จิตผ่องแผ้วรักแผ่นดินทุกถิ่นที่

ตามรอยพระยุคลบาทราษฎร์เปรมปรีดิ์

สุขทวีถวายพรชัยเทิดไท้เทอญ

( พิสมัย ถนอมวงศ์ )


กลอนบทที่ 289

ทศพิธราชธรรมคุ้มครองไทย

ล้วนนำใจปวงชนพระสรรเสริญ

พระองค์ทรงงานพัฒนาความเจริญ

ขอดำเนินรอยตามพ่อหลวงไทย

( ศุภพงศ์ วรวุธ )


กลอนบทที่ 290

ลูกหนึ่งคน พ่อหนึ่งคน ยังบ่นยาก

ศิษย์หกสิบ มีครูหนึ่ง ลำบากไหม

แล้วนี่เรา หกสิบล้าน ลูกหลานไทย

พ่อคนไหน รักพวกเรา เท่าพระองค์

( นภวรรณ กัญจนา )


กลอนบทที่ 291

หกสิบล้านดวงใจด้วยใจรัก

หกสิบล้านพร้อมพรักตามประสงค์

หกสิบล้านลิขิตไว้ให้ธำรง

หกสิบล้านมั่นคงภักดิ์องค์ราชา

( ธนพร หิรัญเลิศประเสริฐ )


กลอนบทที่ 292

พระดำรงทรงไว้พระทัยมั่น

พระทรงเป็นมิ่งขวัญไทยทั่วหล้า

พระทรงมีพระหฤทัยใหญ่กว่าฟ้า

ด้วยพระปรีชา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( เนตรนิภา สิญจนาคม )


กลอนบทที่ 293

ทุกพระราชกรณียกิจ

ที่อุทิศให้ไทยลูกสรรเสริญ

ขอมิ่งขวัญไพร่ฟ้าทรงพระเจริญ

จะก้าวเดินตามอย่างพ่อตั้งใจ

( วิไลลักษณ์ โพธิ์ตระกูล )


กลอนบทที่ 294

หกสิบล้าน หกแสน มิเป็นอื่น

อีกหกหมื่น หกพัน ร่วมถวาย

ทั้งหกร้อย หกสิบ คิดห่วงใย

มอบดวงใจ เทิดไท้ องค์ราชัน

( พิศาล กรมพิศาล )


กลอนบทที่ 295

เพียงหนึ่งยิ้มของพ่อลูกหายห่วง

ใจทุกดวงตั้งจิตอธิษฐาน

ขอพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ตราบชั่วกาลพ่ออยู่คู่ชาวไทย

( จุรีรัตน์ รุ้งกำธรธรรม )


กลอนบทที่ 296

ยามใดราษฎร์แล้งร้อน ธ ป้อนฝน

ยามใดที่น้ำล้น ธ แก้ไข

ยามใดที่ทุกข์ตรมระทมใจ

แหงนมององค์ทรงชัยได้สุขคืน

( นวลพรรณ มีชีพสม )


กลอนบทที่ 297

ณ แดนดินถิ่นนั้นอันแร้นแค้น

ธ ทรงแสนเมตตานั้น พลันชุ่มชื่น

ก้าวพระบาลลงแห่งใดดั่งใจฟื้น

ด้วยฝนคืนดั่งโปรยรักลงแผ่นดิน

( อัมพาพันธ์ ปัญญาเสวนมิตร )


กลอนบทที่ 298

ข้าพาราอยู่เป็นสุขไร้ทุกข์เทวษ

เพราะภูเบศวร์ปัดเป่าให้หมดสิ้น

ข้าพาราขออยู่เป็นข้าแผ่นดิน

ถวายองค์พระภูมินทร์ภูมิพล

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 299

ทรงครองใจไทยประชาทั่วหล้าแหล่ง

ทรงแสดงธรรมปราชญ์ประสาทผล

ทรงทำนุ ลุล่วงสุข สู่ปวงชน

ไทยทุกคนแซ่ซ้องสดุดี

( บุญช่วย เล้าบัณฑิต )


กลอนบทที่ 300

เปรียบไม้ใหญ่ให้ร่มเงามอบชีวิต

เปรียบดั่งจิตศูนย์รวมใจไทยสุขี

เปรียบแผ่นดินผืนแผ่นใหญ่ปกธุลี

เปรียบนทีใสไหลผ่านกลางหัวใจ

( ชญานิษฐ์ เมืองสง )