กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 101

ถวายบังคมทูลเกล้าพระเจ้าข้า

ด้วยศรัทธาแด่องค์ดำรงไว้

ประชาราชน้อมเกล้าเหล่าชาวไทย

ต่างสุขใจเพราะพระองค์ทรงดูแล

( บุญสืบ เทียมหยิน )


กลอนบทที่ 102

ธ คือพ่อร่วมใจคนไทยผอง

ด้วยทำนองคลองธรรมนำกระแส

เทิดพระองค์ทรงธรรมย้ำดวงแข

มิ่งขวัญแท้นคราประชาไทย

( ปกรณ์เกียรติ์ น่วมสกุลณี )


กลอนบทที่ 103

ขอตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

แม้มิอาจเดินทันยังสู้ไหว

ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป

น้อมดวงใจจงรักและภักดี

( พิณผกา สุตะวงค์ )


กลอนบทที่ 104

ธ สถิตในดวงใจไทยทั่วหล้า

ธ เมตตาการุญราษฎร์ประศาสน์ศรี

ธ ปกเกศประเทศไทยให้รุจี

ธ ทรงมีคุณธรรมคือจุดยืน

( ดารารัตน์ ผะอบทอง )


กลอนบทที่ 105

แปดสิบสองพรรษามหาสมัย

น้อมพรชัยทั่วแดนทั้งแผ่นผืน

ขอพระองค์สุขสันต์ทุกวันคืน

พระชนม์ยืนคู่หล้าฟ้าเมืองไทย

( ดารารัตน์ ผะอบทอง )


กลอนบทที่ 106

เด็กตัวน้อย ฟังครูสอน เรื่องพ่อหลวง

ใจทั้งดวง ทวงถาม พ่อเหนื่อยไหม

โครงการหลวง ธ ทรงห่วง ชนชาวไทย

ขอถวายใจ และกาย เดินตามรอย

( สุขุมาล บุญศรี )


กลอนบทที่ 107

ธ ทรงเป็นหลักชัยให้ใจกระจ่าง

ดุจแสงส่องนำทางยามท้อถอย

เป็นหลักยึดให้หลักคิดไม่หลุดลอย

ไม่เคลื่อนคล้อยจากหลักธรรมประจำใจ

( ฉอย มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 108

ขอพระคุณรัตนตรัยได้ปกป้อง

โปรดคุ้มครองพ่อหลวงปวงประชาให้

ส่งดวงจิตอธิษฐานผ่านฟ้าไป

ให้พระองค์พ้นภัยหายเร็ววัน

( หฤทัย อภัยวงศ์ )


กลอนบทที่ 109

น้ำพระทัยชุ่มฉ่ำใจดุจน้ำฟ้า

ไหลรินหลั่งดุจธาราแห่งสวรรค์

ดับทุกข์ร้อนผ่อนทุกข์เข็ญเป็นสุขพลัน

นิจนิรันดร์น้อมถวายพระพรชัย

( กัญญา มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 110

ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ

ทรงเบิกบานพระราชหฤทัย

ทรงเป็นร่มโพธิ์ทองของชาวไทย

ทรงยิ่งใหญ่ในดวงใจชาวประชา

( โชคชัย เลิศวิไลมณีวงศ์ )


กลอนบทที่ 111

พระราชดำริจากพระองค์เพื่อปวงราษฎร์

ฝนหลวงสาดจากสรวงสู่ทั่วหล้า

แผ่นดินแล้งแห้งกลับชุ่มลุ่มธารา

พลิกผืนนาแตกระแหงด้วยน้ำพระทัย

( นุชนารถ หอรุ่งเรือง )


กลอนบทที่ 112

เทียนเล่มน้อยบรรจงจุดทุกถิ่นฐาน

หกสิบล้านความภักดีสว่างไสว

แด่ในหลวงศูนย์รวมจิตของชาวไทย

ขอพระองค์เป็นหลักชัยนิรันดร

( ชญานันท์ บุณย์เพิ่ม )


กลอนบทที่ 113

ทุกดวงใจรวมไว้ด้วยใจภักดิ์

ทุกความรักส่งผ่านตัวอักษร

ด้วยจิตมั่นรักพ่อหลวงมิจากจร

ผ่านบทกลอนสื่อความหมายที่ยั่งยืน

( นาษฎ์ชนิษ เจริญดี )


กลอนบทที่ 114

ขออยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาท

ไปทุกชาติทุกภพมิกลายอื่น

ตั้งจิตอธิษฐานต่อวันคืน

ให้ทรงชื่นพระทัยไร้โรคา

( พิณผกา สุตะวงค์ )


กลอนบทที่ 115

แม้สายชลท่วมเอ่อไปทุกถิ่น

แม้แผ่นดินแร้นแค้นแสนหนักหนา

พ่อทุ่มเทใจกายด้วยเมตตา

เพื่อนำมาซึ่งสุขทุกบ้านเรือน

( รวีวรรณ กลิ่นหอม )


กลอนบทที่ 116

เพราะเรามีพ่อหลวงคอยคุ้มภัย

ผ่านกี่ยุค กี่สมัย กี่วันเคลื่อน

เพราะความรัก ของชาวไทย ไม่เคยเลือน

จิตย้ำเตือน รักพ่อ จนชีพวาย

( เรณุกา ฤทธิเดช )


กลอนบทที่ 117

น้ำพระทัยหลั่งรดทุกหย่อมหญ้า

เปรียบดั่งพรจากฟ้าพาทุกข์พ่าย

ให้คนไทยมีสุขทุกข์เข็ญคลาย

ไทยขอน้อมใจถวายมิรั้งรอ

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 118

มีพอเพียง เพียงพอดี ที่พ่อสอน

ยังเฝ้าวอนรออีกหนึ่งซึ่งอยากขอ

ไม่อยากได้สิ่งใด ใจเฝ้ารอ

แค่เพียงพ่ออยู่คู่ไทย ตลอดกาล

( เศรษฐสิทธิ์ บุลเสฏฐ์ )


กลอนบทที่ 119

ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตหล้า

น้อมบุญญาเกรียงไกรแผ่ไพรศาล

ขอพระชนมายุยั่งยืนนาน

บริบาลประชาราษฎร์ชาติร่มเย็น

( ด.ญ.ศิรภัสสร บุตรศรี )


กลอนบทที่ 120

น้ำพระทัยเปี่ยมล้นท่วมท้นหล้า

ชาวประชาเป็นสุขไร้ทุกข์เข็ญ

น้อมรำลึกขอพระองค์ ธ ทรงเป็น

องค์ราเชนทร์สถิตย์อยู่คู่นิรันดร์

( ศิรพร พุ่มไพจิตร )


กลอนบทที่ 121

ธ ทำนุบำรุงราษฎร์ปราศทุกข์เข็ญ

ธ ดุจเพ็ญฉายแสงแห่งสวรรค์

เฉลิมพระชนมพรรษามหาราชัน

แซ่ซ้องสรรเสริญภูมินทร์ปิ่นพารา

( เดือนเพ็ญ ภู่อารยะไพบูลย์ )


กลอนบทที่ 122

พ่อของเรายิ่งใหญ่เกินจักเปรียบ

มิอาจเทียบน้ำพระทัยหลั่งโลมหล้า

พระเสโทหยดรินเพื่อประชา

ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ

( พิณผกา สุตะวงค์ )


กลอนบทที่ 123

ขอพระองค์ จงสุข สวัสดี

พระบารมี โอบเอื้อ ช่วยเกื้อหนุน

เจริญพระ ชันษา ด้วยนาบุญ

ทรงค้ำจุน ปวงไทย ให้ยั่งยืน

( ธัชกร อุยสกุล )


กลอนบทที่ 124

ทุกใจรักใจภักดิ์ต่อพ่อหลวง

ท่านทรงงานทั้งปวงใช่ใดอื่น

เพื่ออีสานกลางเหนือใต้ให้ยั่งยืน

ทุกวันคืนขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( ปนิตา จิตมุ่ง )


กลอนบทที่ 125

ทวยเทพทุกสวรรค์ชั้นโสฬส

อวยพระยศพระมิ่งฟ้าน่าสรรเสริญ

ไทยทุกข์ยากพระองค์หรือจะหมางเมิน

จะพระราชดำเนินปัดเป่าภัย

( มวลกฤษฏ์ เชี่ยววัฒนากุล )


กลอนบทที่ 126

ขอพระองค์ทรงยิ่งยืนพระชนมาน

ขอจงทรงพระสำราญทุกสมัย

ขอพระเกียรติยศปรากฎไกล

ขอคุณพระรัตนตรัยสฤษดิ์พร

( พิมพ์ทอง สุขสมจิตร )


กลอนบทที่ 127

อยากแต่งกลอนถวายให้ในหลวง

ใจหนึ่งดวงร่วมร้อยถ้อยอักษร

พระผู้รวมใจไทยไม่สั่นคลอน

หนึ่งบทกลอนหมดดวงใจถวายพระองค์

( วนาลี เศรษฐกุล )


กลอนบทที่ 128

ล้านดวงใจ ล้านรัก ล้านภักดี

ล้านชีวี อธิษฐาน ความดีส่ง

ขอพ่อหลวง อยู่คู่ไทย ยั่งยืนยง

ขอพระองค์ จงทรง พระเจริญ

( ศรีลักษณ์ อนุตรฤกษ์วงศ์ )


กลอนบทที่ 129

พ่อสอนเราชาวไทยใช้ชีวิต

รู้ถูกผิดรู้พอเพียงมานานเนิ่น

พ่อสอนให้รู้จักคิดรู้จักเดิน

ความเจริญเกิดจากใจและปัญญา

( นีรดา พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 130

แผ่นดินทองแผ่นดินธรรมธำรงศรี

ด้วยบารมีพ่อหลวงห่วงรักษา

บริบาลปกครองผองประชา

น้อมพรฟ้ามงคลชนม์ยั่งยืน

( ด.ญ.พรชนิตว์ ปรีชา )


กลอนบทที่ 131

ชีวิตนี้มอบไว้ให้พ่อหลวง

ใจทั้งดวงพร้อมพลีมิมีอื่น

เทิดไท้องค์ราชันทุกวันคืน

ไทยทั้งผืนร้อยใจอวยชัยมา

( ธวัชชัย ปรีชา )


กลอนบทที่ 132

ต่อให้น้ำหมดจากหล้ามหาสมุทร

ต่อให้สุดแผ่นผืนขอบแนวผา

หากให้หมดความอาทรองค์ราชา

คงหมดสิ้นชีวาชนชาวไทย

( ไพโรจน์ สุวรรณจินดา )


กลอนบทที่ 133

ธ ทรงเป็นพ่อหลวงของปวงชน

ทรงอดทนและดูแลเราคนไทย

ให้อยู่เย็นเป็นสุขและอุ่นใจ

ดังนั้นไซร้ลูกสัญญาเป็นคนดี

( วลี สุนทรชัยณรงค์ )


กลอนบทที่ 134

ประเทศชาติร่มเย็นเป็นสุขศานต์

ทุกสถานสงบสุขทุกวิถี

ด้วยบุญญาล้นเกล้าองค์ภูมี

ประชาชีไร้ทุกข์เป็นสุขใจ

( ศิริพร ภู่อารยะไพบูลย์ )


กลอนบทที่ 135

อย่าแค่คิด 'จะทำ' เพื่อพ่อหลวง

ให้ลุล่วง 'ต้องลงมือ' อย่าเฉไฉ

คิดดี' แล้ว 'ลงมือทำ..ด้วยหัวใจ'

ไทยทั้งไทย เปลี่ยนได้ ด้วยมือคุณ

( รตี งามนิยม )


กลอนบทที่ 136

เรารักในหลวง' คำนี้มีความหมาย

สุขเรียงรายห่มล้อมพร้อมอบอุ่น

ร่มบรมโพธิสมภารคือใบบุญ

ที่โอบเอื้อเกื้อหนุนค้ำจุนไทย

( ด.ช.เดชฤทธิ์ ปรีชา )


กลอนบทที่ 137

ทำความดีร่วมใจเพื่อในหลวง

ดีโชติช่วงนำทางกระจ่างใส

รวมใจรักสามัคคีมีน้ำใจ

คล้องสายใยเพื่อพ่อหลวงของปวงชน

( พีระพงษ์ ภู่อารยะไพบูลย์ )


กลอนบทที่ 138

ดวงใจรักถักดีต่อพ่อหลวง

ภัยทั้งปวงขอจงทรงได้ผ่านพ้น

อโรคาพระหฤทัยเป็นสุขล้น

เป็นมิ่งขวัญผองชนคนชาติไทย

( เชษฐา ยารสเอก )


กลอนบทที่ 139

ด้วยพระเดชพระคุณคณาแสน

ทรงเสด็จสู่ดินแดนที่ยากไร้

ข้ามภูเขาลำธารพนาไพร

เพื่อผองไทในถิ่นไกลได้ใบบุญ

( นราธิป อุดมฉวี )


กลอนบทที่ 140

ทรงอดทนเสียสละแม้เหนื่อยยาก

ล้านดวงใจไหลหลาก ทวีหนุน

น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ

ที่พระองค์ทรงการุณย์แด่ปวงชน

( สุวรรณา จันดาวรรณ )


กลอนบทที่ 141

พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งประชาราษฎร์

ทรงเก่งกาจ ทรงงานหนักมิขัดสน

น้อมด้วยเกล้า ขอเดชะไทยทุกคน

ทรงเคารพภูมิพล พ่อของเรา

( ศรุติรัตน์ ขาวพันธ์ )


กลอนบทที่ 142

ทรงทุ่มเท ทุกหยาดเหงื่อ พระวรกาย

เพื่อชาติไทย พัฒนา นำหน้าเขา

ทรงต่อสู้ อุปสรรค มิทำเนา

ทุกดวงใจ ของเรา ร่วมถวายพระพร

( ณัฐสิยา อัศวเหม )


กลอนบทที่ 143

ธ ท่านทรงเป็นพ่อของชาวไทย

ทรงห่วงใยใฝ่หาใคร่อาทร

ยามผิดพลั้งท่านให้คำนำพร่ำสอน

พึงสังวรพรประจักษ์ทั้งถิ่นไทย

( อุกฤต รักขวัญ )


กลอนบทที่ 144

แม้ไกลแค่ไหนพ่อก็สู้

ตามไปดูปวงประชาที่ห่างไกล

ทุรกันดารพ่อก็ทรงดำเนินไป

เพื่อคนไทยทุกคนในแผ่นดิน

( ลัคนา โรจน์สุรกิตติ )


กลอนบทที่ 145

ข้าพระพุทธเจ้าไพร่ฟ้าประชาราษฎร์

ผู้อยู่ใต้ผ่าพระบาททั้งปวงสิ้น

ถวายชัยให้พระองค์จอมบดินทร์

ทรงสำราญพระชีวินเป็นจีรัง

( พิมพ์ทอง สุขสมจิตร )


กลอนบทที่ 146

รวมดวงใจไทยรักภักดีพ่อ

ด้วยเพียงพอท่านให้เกินใจหวัง

พ่อของชาติเป็นศูนย์รวมร่วมพลัง

ไทยพร้อมพรั่งเทิดไว้ในพระคุณ

( วันเพ็ญ อุดทาเรือน )


กลอนบทที่ 147

ความยิ่งใหญ่ความกว้างไกลความไพศาล

ความเชื่อมั่นความเอื้อเฟื้อความเกื้อหนุน

ความเมตตาความรักความการุณย์

ความอบอุ่นหล่อเลี้ยงแผ่นดินไทย

( รักษิณา พวงลำ )


กลอนบทที่ 148

ตั้งแต่เล็ก เห็นพ่อ ทำงานหนัก

มิหยุดพัก เพื่อชาวไทย ทั้งไกลใกล้

ทั่วแผ่นดิน เปี่ยมด้วยสุข จากหัวใจ

ทั่วผองไทย เห็นพ่อหลวง สบายดี

( สุวิชญา ธนไพศาลกิจ )


กลอนบทที่ 149

พ่อปกครองประชาราษฎร์ให้มีสุข

พ่อปัดเป่าคลายทุกข์มิหน่ายหนี

พ่อปกป้องรวมชาติด้วยสามัคคี

พระภูมีเคียงไทยยั่งยืนยง

( จารุณี พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 150

แม้ความดี ที่เราทำ ยังไร้ค่า

แม้รางวัล จะได้มา แค่ฝุ่นผง

ยังตั้งใจ ทำต่อไป อย่างมั่นคง

ทำความดี เพื่อพระองค์ เพื่อพ่อเรา

( ขจรเดช พรมรักษา-กบ big ass )


กลอนบทที่ 151

เปรียบดั่งน้ำ หล่อชโลม ดินแห้งเหือด

ผินดินเดือด ทุกย่อมหญ้า ปานไฟเผา

ปัญหาหนัก สักเท่าใด ล้วนบรรเทา

เพราะบ้านเรา มีพ่อหลวง คอยคุ้มภัย

( ธีรนัย เลิศอภิรักษ์ )


กลอนบทที่ 152

ขอจดจำทุกสิ่งที่พ่อทำ

จดจำคำพ่อสอนทุกคำไว้

จำเส้นทางที่พ่อวางให้ก้าวไป

เป็นแนวทางอยู่ในใจอย่างมั่นคง

( วสะ บูรพาเดชะ )


กลอนบทที่ 153

ขอไทยจงหมั่นทำดีมีใจภักดิ์

จงปกปักรักชาติอย่าลืมหลง

ขอไทยมั่นมุ่งใจไทยดำรง

เพื่อตอบแทนพระองค์พ่อหลวงไทย

( เรณุกา ฤทธิเดช )


กลอนบทที่ 154

ธ ทรงเป็น ยิ่งกว่า พระบิดา

ทรงเมตตา อาทร ผองเผ่าไทย

พระเสโท เปรียบดังฝน ชโลมใจ

ที่หลั่งไหล โปรยทั่วไทย ใจเบิกบาน

( ณัฏฐชัย ลิมปวิทยากุล )


กลอนบทที่ 155

น้ำพระทัย ธ เทียมหล้า ฟ้าสมุทร

มิสิ้นสุดสายใยรักสมัครสมาน

ขอพระองค์ทรงพระชนม์ยิ่งยืนนาน

นิจนิรันดร์เป็นมิ่งขวัญปกเกล้าไทย

( สมบัติ ศรีสิงห์ )


กลอนบทที่ 156

พระบารมีเกริกไกรไปทั่วหล้า

เป็นดั่งผืนฟ้าโอบอุ้มชาวไทยไว้

เป็นดั่งแสงเทียนที่ส่องนำทางไป

ขอชาวไทยรวมใจถวายสดุดี

( สุกัญญา ฝั้นเฝือ )


กลอนบทที่ 157

เราโชคดีเพียงใดที่ได้เกิด

ถือกำเนิดเป็นไทยไซร้ผ่องศรี

เรามีพ่อของแผ่นดินปกชีวี

คุณพระองค์เหนือกว่าที่จักพรรณนา

( กนต์ธร กลิ่นหอม )


กลอนบทที่ 158

เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงตัวได้

พ่อให้ไว้แก่ชาวสยามสุดล้ำค่า

น้ำพระทัย สายพระเนตร เปี่ยมเมตตา

คือราชาธิราช จอมปราชญ์ไทย

( อริญชย์ จันทะแสน )


กลอนบทที่ 159

แสนภูมิใจได้เกิดในแผ่นดินนี้

ถิ่นที่มีองค์กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่

ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย

เราพร้อมใจจงรักและภักดี

( เริงยุทธ พันชัยพร )


กลอนบทที่ 160

ขวานทองไทยจะรอดได้ด้วยใจภักดิ์

ร่วมจงรักพ่อได้ไม่แบ่งสี

แม้คิดต่างแต่หากพร้อมทำความดี

ละลายสีหลากหลายเป็นใจเดียว

( พันตำรวจโทหญิงพนิดา งามนิยม )


กลอนบทที่ 161

จะวันวานวันนี้หรือพรุ่งนี้

เรายังมีทรัพย์บนดินให้เก็บเกี่ยว

พ่อทรงโปรด ประทาน โครงการเขียว

ชาวนาไทยไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

( กริช งามนิยม )


กลอนบทที่ 162

ถ้าคนไทยสามัคคีไทยดีแน่

ไทยไม่แพ้รวมมิตรจิตผ่องใส

ถ้าคนไทยสามัคคีมีน้ำใจ

พ่อหลวงไทยคงปลื้มสุขทุกคืนวัน

( ณัฐวุฒิ นามสง่า )


กลอนบทที่ 163

ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพรเจริญ

ร่วมสรรเสริญ กังวานไกล ให้ขับขาน

พระบารมี เกรียงไกร นานเท่านาน

ให้ลูกหลาน แผ่นดินไทย ได้ภักดี

( ภูริพงศ์ คุ้มสิน )


กลอนบทที่ 164

ขอประพฤติอย่างพอเพียงและประหยัด

ขอยึดถือความซื่อสัตย์ไม่หน่ายหนี

ขอเชื่อมั่นในความงามและความดี

ทั้งชีวีถวายพ่อด้วยดวงใจ

( พลตำรวจตรี สว่าง บูรพาเดชะ )


กลอนบทที่ 165

มหัศจรรย์ศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

ข้าพระบาทขอน้อมใจกายถวาย

ภาวนาให้พระองค์ทรงพ้นภัย

เป็นแรงใจแรงศรัทธา ยิ่งยืนนาน

( ณัฐิตา ยิ้มเจริญ )


กลอนบทที่ 166

ประชาชนคนไทยทั้งทั่วหล้า

ชาวประชาน้อมจิตอธิษฐาน

ขอพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ภัยแผ้วพานให้มลายหายโดยพลัน

( ทิพาพันธุ์ แซ่ใช้ (ใช้สิริมงคล) )


กลอนบทที่ 167

พ่อหลวงไทย คุณยิ่งใหญ่สุดไพศาล

แม้ว่ากาลเวลาจะแปรผัน

ขอให้พี่น้องไทยจงรักกัน

ให้พ่อนั้นภูมิใจไม่ลืมเลือน

( ด.ช.คฑาวุธ ยงไสว )


กลอนบทที่ 168

คำสอนพ่อ ตรึงใจ ไทยทั่วถิ่น

แสนสิ้น วลีใด มาเปรียบเหมือน

ทุกทั่วถิ่น ของไทย พ่อไปเยือน

คอยย้ำเตือน เราไว้ ให้ พอ-เพียง

( นนทกร จำลองมุข )


กลอนบทที่ 169

แม้วันใดที่เราอาจทุกข์ท้อ

ยังมีพ่อที่เฝ้าคอยฟังเสียง

ทุกก้าวย่างพ่อยังคงอยู่ข้างเคียง

ดังตะเกียงส่องทางให้เดินตรง

( บุญชรัสมิ์ สุขสว่าง )


กลอนบทที่ 170

ร้อยดวงใจชาวไทยสมัครสมาน

หกสิบล้านความจงรักร่วมร้อยส่ง

ให้พ่อหลวงอยู่คู่ฟ้ายั่งยืนยง

สืบดำรงร่มโพธิ์ไทรแผ่นดินเรา

( ภูชิต ตันศิริ )


กลอนบทที่ 171

ลูกถามพ่อ พ่อเหนื่อย สักเพียงไหน

พ่อสละ กายใจ หาใครเท่า

พ่อทรงงาน หนักเหลือ เพื่อไทยเรา

ทุกข์บรรเทา ทุเลาเคราะห์ เพราะพระองค์

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 172

ขออัญเชิญทวยเทพทั่วโลกหล้า

ถวายพรองค์ราชาดังประสงค์

ให้อยู่คู่แดนสยามยั้งยืนยง

ด้วยพระองค์คือมิ่งขวัญแห่งดวงใจ

( สุปราณี จุฑากรณ์ )


กลอนบทที่ 173

จะหาคำ คำไหนในโลกนี้

แทนใจลูกที่มีต่อพ่อได้

คำล้านคำ ว่ารักพ่อ ยังน้อยไป

เทียบรักของพ่อไม่ได้ เพียงธุลี

( บรรเจิด สินธุ )


กลอนบทที่ 174

จึ่งเปรียบพ่อเป็นแสงทองส่องชีวิต

อาบอุ่นจิตมองอุ่นใจแสนสุขศรี

ไทยเหนือใต้ไกลใกล้ใจภักดี

รวมดินดีทุกก้อนเป็นแผ่นดิน

( เหมือนระวี ธานีโต )


กลอนบทที่ 175

ถึงจะเหนื่อยถึงจะหนักพ่อไม่ท้อ

เพื่อลูกพ่อพ่อไปทั่วทุกถิ่น

ลูกคนนี้จะทดแทนคุณแผ่นดิน

จนตราบสิ้นชีวามลายไป

( ดวงกมล ฟลัมแมนด์ )


กลอนบทที่ 176

พ่อทรงเป็นดังร่มไทยชาวไทยผอง

ดังโพธิ์ทองคอยป้องปักธุลีสมัย

เหนื่อยวรกายแต่มิเคยเหนื่อยพระทัย

พระบารมียิ่งใหญ่ไร้โรคา

( นวพร สุขทัพภ์ )


กลอนบทที่ 177

จะแผ่นดินถิ่นไหนในไทยนี้

ยังสุขีจากพรพ่อรักษา

มือพนมระลึกคุณกราบวันทา

ด้วยชีวาขอตอบแทนพระคุณ

( วิรดา แซ่ลิ่ม )


กลอนบทที่ 178

ด้วยธรรมบารมีที่ทรงสร้าง

ด้วยพลังความดีที่เกื้อหนุน

ด้วยกระแสแห่งรักอวลละมุน

ถวายพรอันอดุลย์พระภูมินทร์

( อิษฎา กุลรัตน์ )


กลอนบทที่ 179

ธ สถิตในดวงใจ ไทยทั่วหล้า

ธ คือฟ้า ส่งมาให้ ไทยทั่วถิ่น

ธ คือครู ผู้สอนให้ พอเพียงและพอกิน

ธ คือพ่อ ของแผ่นดิน ชนชาวไทย

( อรพรรณ วรรณสุพริ้ง )


กลอนบทที่ 180

ชีวิตนี้เพื่อขอเป็นข้าพระบาท

อยู่เพื่อชาติตายเพื่อชาติไม่หนีหาย

ขอพ่อหลวงทรงสบายพรหฤทัย

ชนชาวไทยไม่ไร้ซึ้งคนดี

( ปิยรัศ พวงสุนทร )


กลอนบทที่ 181

พ่อหลวง คือดวงใจไทยทั้งชาติ

องค์จอมปราชญ์ช่วยไทยให้สุขศรี

กราบพระบาทด้วยใจรักและภักดี

ขอภูมี พระองค์ทรงพระเจริญ

( กัญญารัตน์ อุ่ยเจริญศักดิ์ )


กลอนบทที่ 182

ขอร้อยกรองด้วยจงรักพร้อมใจภักดิ์

ทรงเป็นหลักในใจให้สรรเสริญ

ตามรอยเท้าพระองค์ที่ดำเนิน

ทรงพระเจริญอยู่คู่ไทยไปนิรันดร์

( วรรณรัตน์ นพเกตุ )


กลอนบทที่ 183

ธ สถิตในใจไทยทั่วหล้า

พระกริยาปั้นไทยให้สุขสานต์

ขอพระองค์อยู่คู่ไทยให้ยาวนาน

ทรงเป็นโพธิ์แห่งบ้านถิ่นขวานทอง

( อภิลักษณ์ ธัญประทีป )


กลอนบทที่ 184

ขอรวมพรจากฟ้าทุกสารทิศ

ขอรวมจิตคนไทยทั่วทั้งผอง

ขอถวายพระพร ธ ผู้ครอง

ขอแซ่ซ้องก้องเกียรติพระนเรศ

( ปนัสยา จริยวิลาศกุล )


กลอนบทที่ 185

ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกทิศ

อารักขาพระภูมินทร์ปิ่นปกเกศ

พระทรงเป็นมิ่งขวัญชนทั่วประเทศ

ทั่วแคว้นเขตแซ่ซ้องเกียรติเกริกไกร

( พรนภา ตีรทรานนท์ )


กลอนบทที่ 186

น้ำพระทัย ธ ทรงมีต่อปวงราษฎร์

ชนทั้งชาติประจักษ์จิตมิสงสัย

แทนพระบาทกราบลงด้วยดวงใจ

ถวายชัยขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( เยาวลักษณ์ สุขทัพภ์ )


กลอนบทที่ 187

ร่มธงไทยโบกสะบัดพัดพรายพลิ้ว

ละล่องลิ้วรวมใจร่วมสรรเสริญ

สดุดีพระภูมีทรงพระเจริญ

จักขอเดินตามรอยบาททุกชาติไป

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 188

ร้อยเรียงคำเรียงร้อยมาเป็นกลอน

ร้อยอักษรมาสลักบนผาใหญ่

แม้ร้อยพรจากชั้นฟ้าสวรรค์ใด

มิเปรียบได้ต่อใจภักดิ์องค์ภูมินทร์

( ชนกกานต์ ชีวะรุ่งนภากุล )


กลอนบทที่ 189

ภัยอุทกถึงบกร้อน ธ ท่านแก้

ธ ดูแลทั่วทั้งชาติทั่วทุกถิ่น

ไม่ว่าน้อยหรือใหญ่ทั่วแผ่นดิน

ธ แก้สิ้นด้วยพระทัยเปี่ยมพลัง

( กัลจพฤกษ์ มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 190

ประชาราษฎร์สุขสบายเพราะพ่อคุ้ม

แผ่นดินชุ่มฉ่ำเย็นดั่งใจหวัง

เศรษฐกิจเพียงพอก่อพลัง

ร่วมจิตตั้งมั่นในรอยที่พ่อเดิน

( สโรชิณี ชุ่มสวัสดิ์ )


กลอนบทที่ 191

ขอตอบแทนพระภูบาลจักสานต่อ

คำสอนพ่อมอบไว้มานานเนิ่น

แม้นประสบทุกข์ภัยพร้อมเผชิญ

ด้วยสรรเสริญจงรักและภักดี

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 192

พ่อหลวงไทยคือดวงใจไทยทั้งหล้า

ปวงประชาต่างปรีดิ์เปรมเกษมศรี

เราต่างอยู่อย่างสุขสวัสดี

ก็เพราะมีบารมีพ่อหลวงเรา

( วีณา เอกอุดมสุข )


กลอนบทที่ 193

หลายสิบปีที่ท่านทรงเหน็ดเหนื่อย

เสด็จถึงทุกที่เรื่อยทั้งป่าเขา

เหงื่อทุกหยดท่านหลั่งรดเพื่อไทยเรา

ร่วมบรรเทาความเหนื่อยพ่อด้วยสามัคคี

( โชติรส นาคสุทธิ์ )


กลอนบทที่ 194

ธ ทรงเป็นพ่อผู้ให้ชีวิต

เราเป็นศิษย์สำนึกต่อหน้าที่

ธ ทรงเปี่ยมล้นพ้นบารมี

ขอทำดีเพื่อพ่อได้สุขใจ

( ชวณัฐ นาคะสันต์ )


กลอนบทที่ 195

เสียงทุกเสียง รักทุกรัก อธิษฐาน

อยากรับแทน ทุกภัยพาล ทุกโรคร้าย

เพื่อในหลวง พ่อหลวง ของปวงไทย

อยากป่วยไข้ แทนพระองค์ ทรงพระเจริญ

( สมเกียรติ เมธาพฤทธิ์ )


กลอนบทที่ 196

ยามเห็นพ่อคราใดใจพร่ำบอก

น้ำตาออกล้นใจไม่มีเขิน

อยากบอกพ่อรักล้นใจล้นเหลือเกิน

จะขอเดินตามรอยพ่ออย่างพอเพียง

( รัตนา เดชะวราฤทธิ์ )


กลอนบทที่ 197

คำว่าพ่อพูดได้สบายปาก

ไม่ลำบากหากอยากจะออกเสียง

แต่ความหมายที่นำมาเทียบเคียง

ยิ่งใหญ่เพียงแผ่นฟ้ามหานที

( กฤษกร พิทักษ์ )


กลอนบทที่ 198

แม้นไม่มีของล้ำค่ามาถวาย

ขอคนไทยรักกันฉันท์น้องพี่

จะสีไหนสีใดนั้นก็ดี

จงรักกันสามัคคีพ่อดีใจ

( บุศรา บุญทัน )


กลอนบทที่ 199

พันเดือนคล้อยร้อยดวงใจไทยทั้งชาติ

ธ ครองราชย์โดยธรรมสว่างใส

ขอจงรักและภักดีตลอดไป

ประชาไทยน้อมเกล้าถวายพระพร

( วัชรพงษ์ ไสยสมบัติ )


กลอนบทที่ 200

ร่วมถวายความรักแด่พ่อหลวง

ไทยทั้งปวงน้อยนำทุกคำสอน

ลูกหลานไทยพร้อมใจถวายพร

ใช้คำสอนของพ่อนำทางตน

( ชินภัทร์ ลี้ไพบูลย์ )