กลอนของคุณ

กลอนบทที่ 1

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท

วโรกาสเฉลิมพระชนม์มงคลสมัย

ข้าพระพุทธเจ้าผองเผ่าไทย

ถวายชัยน้อมจงรักด้วยภักดี

( ประยอม ซองทอง )


กลอนบทที่ 2

ด้วยร่มเย็นเป็นสุขมายาวนาน

จากปู่ย่าจนลูกหลานทุกถิ่นที่

อาศัยบุญญาพระบารมี

ที่ทรงครองแผ่นดินนี้มาโดยธรรม

( คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ )


กลอนบทที่ 3

ทั่วแผ่นดินรักพระองค์รักคงมั่น

ธ ทรงเป็นมิ่งขวัญทุกเช้าค่ำ

เป็นศูนย์รวมดวงใจในทรงจำ

เหนือทุกถ้อยทอคำพรรณนา

( อุบล สรรพัชญพงษ์ )


กลอนบทที่ 4

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่าดวงอาทิตย์

มอบชีวิต มอบสุข ทุกแหล่งหล้า

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่า ดวงจันทรา

ลบทุกข์ร้อน ปวงประชา สถาพร

( แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข )


กลอนบทที่ 5

แม้นทั้งทั่วแผ่นฟ้า...ดาราราย

มิมากมายเหมือนคุณพระอดิศร

จึงทั้งทั่วแผ่นดิน...พสกนิกร

โศกบรรเทาเศร้าบั่นทอนผ่อนฤทัย

( ธัชชัย ธัญญาวัลย )


กลอนบทที่ 6

พลังแห่งแผ่นดินที่กินเกิด

ทศธรรมล้ำเลิศส่องสมัย

หกทศวรรษชัดแจ้งจุดแรงใจ

ชี้ทางชัยให้รู้รักสามัคคี

( จิระนันท์ พิตรปรีชา )


กลอนบทที่ 7

ทรงพัฒนาทั้งกรุงเทพฯ และชนบท

รวย-จน-ได้เท่ากันหมดทุกถิ่นที่

ทรงนำไทยพอเพียงและพอดี

ทรงปรานีเพิ่มปัญญาประชาชน

( ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล )


กลอนบทที่ 8

ทุกโครงการทรงดำริเพื่อประโยชน์

แผ่นดินไทยรุ่งโรจน์ไม่ขัดสน

ทรงเป็นเจ้าแผ่นดินภูมิพล

แต่เหนื่อยล้นเพื่อคนทั้งแผ่นดิน

( ธาร ธรรมโฆษณ์ )


กลอนบทที่ 9

พระเสโทหยาดรินทุกถิ่นด้าว

คือทิพย์พราวพรมสุขดับทุกข์สิ้น

จึงร่มรัฐรุ่งหล้าเรืองธานินทร์

ทุกชีวินน้อมชีวาตม์เป็นราชพลี

( กัมปนาท แสงทอง )


กลอนบทที่ 10

ทุกทิศทุกภาคส่วนมวลพสก

ธ ทรงปกป้องดินทุกถิ่นที่

ทศพิธราชธรรมนำธานี

ทุกชีวีสุขสงบสบธรรมา

( กฤษฎา สุนทร : กอนกูย )


กลอนบทที่ 11

พระทูลกระหม่อมแก้ว

สำนึกแล้วด้วยโสมนัสสา

รู้โดยสื่อสายเนตรแววเมตตา

รู้ว่าทรงรักประชาชน

( อดุล จันทรศักดิ์ )


กลอนบทที่ 12

พระบารมีทรงธรรมอำนรรฆค่า

คุ้มประชาสันติสุขทุกแห่งหน

ราโชบายหมายประมวลล้วนอำพน

สร้างมงคลป้องปกพสกนิกร

( ประสพโชค เย็นแข )


กลอนบทที่ 13

แม้นรวมน้ำทุกหยาดหยดหมดทั้งโลก

ไม่ฉ่ำโชกเท่าน้ำพระทัยพระทรงศร

พระราชทานปวงประชาทั่วนาคร

ทรงดับร้อนคลายทุกข์เข็ญเย็นชีวี

( ชอุ่ม ปัญจพรรค์ )


กลอนบทที่ 14

เบิกบทบาทบุญยิ้มแย้มใจแจ่มฟ้า

เทวดามาติดดินท้องถิ่นที่

กลางเกลียวคลื่นหมื่นทุกข์ปลุกความดี

อู่ข้าวน้ำสยามนี้มีสุขครอง

( ภูวดล ภูภัทรโยธิน )


กลอนบทที่ 15

พระคือธรรมนำชี้วิถีรัฐ

คือร่มฉัตรคุ้มไทยพ้นภัยผอง

คือสายฝนหล่นโรยโปรยละออง

เป็นบุญของทวยราษฎร์ของชาติไทย

( วันเนาว์ ยูเด็น )


กลอนบทที่ 16

เมื่อบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นปัญหา

พระเมตตาร่วมคิดวินิจฉัย

เมื่อทวยราษฎร์ขาดแคลนแร้นแค้นไกล

พระทุ่มให้ทุกสิ่งล้วนส่วนพระองค์

( นภาลัย สุวรรณธาดา )


กลอนบทที่ 17

ด้วยเดชะบารมีที่ปกเกล้า

ไทยทุกเหล่าถวายชัยเพื่อไท้ประสงค์

จุ่งสฤษฎ์สนองพระราชบาทบงสุ์

ขอ ธ ทรงพระเจริญเนิ่นนานนิรันดร์

( อำพล สุวรรณธาดา )


กลอนบทที่ 18

ภาพแห่งพ่อคือภาพความซาบซึ้ง

ประทับตรึงตราในดวงใจฉัน

หยาดหยดน้ำพระทัยให้แบ่งปัน

ดั่งน้ำทิพย์สรวงสวรรค์ชโลมใจ

( จุฬา ละคร )


กลอนบทที่ 19

เพียงพระองค์เสด็จย่างบนทางผ่าน

ในแดนดินถิ่นกันดารพลันสดใส

เพียงวันวานพระองค์เสด็จไป

วันนี้น้ำฉ่ำใสไหลรินริน

( ชาลี อินทรวิจิตร )


กลอนบทที่ 20

น้ำพระทัยเย็นฉ่ำดุจน้ำฟ้า

หลังลงมาชุ่มหัวใจไทยทั่วถิ่น

พระทรงแผ่เมตตาเป็นอาจิณ

ดับร้อนสิ้นกลับมีสุขทุกประเด็น

( ทวีสิทธิ์ ประคองศิลป์ )


กลอนบทที่ 21

ทรงเป็นปราชญ์แห่งปราชญ์นำราษฎร์รู้

ศาตร์แห่งความดำรงอยู่ราษฎร์รู้เห็น

เพื่อชีวิตผ่านพ้นทุกข์ลำเค็ญ

เพื่อดับเข็ญขอดไหม้ใจประชา

( รักษ์มนัญญา สมเทพ )


กลอนบทที่ 22

คือแสงแห่งตะวันกล้าและฟ้ากว้าง

คือสายทางแห่งบารมีที่เจิดจ้า

คือความหมายที่รังสรรค์แห่งศรัทธา

คือดวงตาแห่งเกียรติภูมิที่เกริกไกร

( สกุล บุณยทัต )


กลอนบทที่ 23

ทรงชี้แนวทฤษฎีใหม่ให้ประจักษ์

เสนอหลักสามขั้นตอนสอนไว้ให้

อยู่พอเพียง-รวมพลัง-เพิ่มปัจจัย

การพัฒนายั่งยืนได้ด้วยพึ่งตน

( ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ )


กลอนบทที่ 24

ครองแผ่นดินโดยธรรมนำทวยราษฎร์

ประชาชาติพ้นวิกฤติสัมฤทธิ์ผล

ถิ่นใดแล้งถิ่นใดร้อนช่วยผ่อนปรน

ธ ไม่ทิ้งประชาชน-พ้นภัยพาล

( เอนก แจ่มขำ )


กลอนบทที่ 25

ธ คือศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ

ธ คือปราชญ์นำไทยให้สุขศานต์

ธ คือฉัตรคุ้มไทยให้ชื่นบาน

ธ คือธารเมตตาหลั่งปรานี

( จงจิต-ศุภกิจ นิมมานนรเทพ )


กลอนบทที่ 26

แม้นมิได้เกิดใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ไทยทั้งชาติคงย่อยยับอับหมองศรี

มหันตภัยตอกย้ำช้ำทั้งปี

จอมจักรีทรงกอบกู้สู้ผองพาล

( ปราศรัย รัชไชยบุญ )


กลอนบทที่ 27

ประวัติศาสตร์ประกาศจริงสิ่งทั้งหมด

จะปรากฎยืนยาวให้กล่าวขาน

สารพันอันพระองค์ทรงพระภาร

มีพยานคือพวกข้าประชาชน

( อาจินต์ ปัญจพรรค์ )


กลอนบทที่ 28

เกิดเป็นคนเต็มคนได้ใต้ฝ่าพระบาท

เกิดเป็นชาติเต็มชาติเพราะฝึกฝน

เกิดเป็นไทเป็นอิสระอริยกมล

เกิดเป็นคนเต็มคน ถวายชัย

( ศันสนีย ศีตะปันย์ )


กลอนบทที่ 29

ถวายดินถวายฟ้าทั้งหล้าแหล่ง

ถวายความเจิดแจรงแห่งยุคสมัย

ถวายความดีงามความเป็นไทย

ถวายใจจงรักมั่นภักดี

( เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ )


กลอนบทที่ 30

พระปัญญาเป็นเลิศเชิดชูชาติ

ปัญหาราษฎร์ทรงแก้ไขได้ทุกที่

ทศพิธราชธรรมล้ำชีวี

เพราะทรงมีหทัยบริสุทธิ์ยุติธรรม์

( สมพร แพ่งพิพัฒน์ )


กลอนบทที่ 31

เหมือนทรงมีไม้เท้ากายสิทธิ์

คอยฉายชี้ทางทิศคิดสร้างสรรค์

ยามสังคมเครียดขึ้งถึงทางตัน

มีพระองค์เท่านั้นบันดลใจ

( ชมัยภร แสงกระจ่าง )


กลอนบทที่ 32

แล้วโลกก็ได้จารึกว่า

มีพระราชาผู้ยิ่งใหญ่

เป็นราชันเหนือกว่าราชาใด

เป็นจอมทัพผู้เกรียงไกรกว่าใครปวง

( โกศล อนุสิม )


กลอนบทที่ 33

จากท่าพระจันทร์ถึงวังหลังด้วยใจด่วน

หลังทราบข่าวพระประชวรองค์ในหลวง

เจ้าพระยาพาใจไทยทุกดวง

ถวายความเป็นห่วงทั้งแผ่นดิน

( สายพร ปัทมเรขา )


กลอนบทที่ 34

อันความสุขของพระมหากษัตริย์

มิใช่ราชสมบัติเวียงวังทั้งสิ้น

หากแต่เป็นเมื่อไทยทั้งแผ่นดิน

อยู่ในศีลสามัคคีมีสุขกัน

( ปารเมศร์ รัชไชยบุญ )


กลอนบทที่ 35

ดังสายฝนเย็นสบายยามใกล้รุ่ง

ดังแสงเทียนที่หมายมุ่งจุดไฟฝัน

ดังความหวังให้ยิ้มสู้ทุกคืนวัน

ในดวงใจนิรันดร์ของชาวไทย

( วิภว์ บูรพาเดชะ )


กลอนบทที่ 36

บางซื่อบางซ่อนบางบอนบางนา

บางปะม้าบางเขนบางเลนบางใหญ่

บางกะปิบางพลีบางกระดี่บางไทร

บางไผ่บางชันบางยี่ขันรักในหลวง

( ทรงกลด บางยี่ขัน )


กลอนบทที่ 37

อยู่บนเหรียญสตางค์ธนบัตร

บนหน้าปัดนาฬิกาค่าแหนหวง

อยู่บนตราไปรษณียากรดวง

ไทยทั้งปวงมีในหลวงกลางดวงใจ

( จักรพันธุ์ ขวัญมงคล )


กลอนบทที่ 38

ถามพ่อพอ เพียงเท่าไหร่ ถึงเพียงพอ

พ่อบอกพอ นั้นไม่ใช่ พอแค่ไหน

พอคือพอ พอแล้ว และพอใจ

ยังอยากได้ มีมากมาย ก็ไม่พอ

( ตรัย ภูมิรัตน-บอย ตรัย )


กลอนบทที่ 39

ดุจแสงเทียน กลางสายฝน และลมหนาว

ชะตาชีวิต บางคราว ชวนให้ท้อ

ความฝันอันสูงสุด อยู่ไกล ได้แต่รอ

หันมองพ่อ ยิ้มสู้ฝัน-กันต่อไป

( สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์-นิ้วกลม )


กลอนบทที่ 40

มองรอยเท้า ระหว่างทาง ที่พ่อเดิน

มองแล้วเพลิน เห็นความรัก จากหัวใจ

มองแล้วเห็น จิตวิญญาณ แห่งการให้

เดินต่อไป ตามรอยเท้า ที่พ่อเดิน

( อรรฆพงศ์ ผลประเสริฐ )


กลอนบทที่ 41

ด้วยดวงใจ ร้อยเรียง ความรักมั่น

ด้วยดวงใจ พรำพรรณ คำสรรเสริญ

ด้วยดวงใจ นบน้อม หาใครเกิน

ลูกขอเดิน ตายรอย มิเสื่อมคลาย

( มณีนุช สมานหมู่ )


กลอนบทที่ 42

1 บทกลอนร้อยเรียงจากความรัก

เพราะประจักษ์เข้าใจในความหมาย

1 ดวงใจที่มีของหญิงชาย

ร่วมถวายพระองค์ทรงพระเจริญ

( ศิริวิมล ศิรรัตน์ประภา )


กลอนบทที่ 43

ให้เข้าใจ เพื่อเข้าถึง จึ่งพัฒนา

พร้อมวิชชา พร่ำเพียรธรรม คำสรรเสริญ

คำพ่อนำ ทำพ่อตาม รอยพ่อเดิน

ขอเทิดทูน พูนพิพัฒน์ กษัตริย์ไทย

( มนตรี ศิริธรรมปิติ )


กลอนบทที่ 44

กษัตริย์ไทย ผู้เกริกไกร ในทุกทิศ

พระราชกิจ อเนกอนันต์ นั้นยิ่งใหญ่

ทรงครองราชย์ ตามครรลอง จึงครองใจ

เป็นหลักชาติ เป็นหลักชัย แห่งปวงชน

( จันทร์เพ็ญ จันทนา )


กลอนบทที่ 45

ท่านดูแล เหนือกลางใต้ ไทยทั่วหล้า

ท่านครองใจ ไทยใต้ฟ้า ทุกแห่งหน

ท่านทรงเริ่ม เสริมดำริ ตลอดชนม์

ท่านทรงเป็น มิ่งมงคล ทั่วแดนดิน

( สิริณัฏฐ์ อัตตโรจนภากุล )


กลอนบทที่ 46

ขอเดชะบารมีศรีสยาม

ทรงพระนามภูมิพลมงคลถิ่น

พระทรงเป็นดวงใจของแผ่นดิน

กระแสสินธุ์นามกระเดื่องเลื่องลือชา

( ปริศร์ อติเรกานนท์ )


กลอนบทที่ 47

รักแสนรัก ห่วงแสนห่วง หวงแสนรัก

นานแสนนาน หนักแสนหนัก ยากแสนหา

รักแสนรัก ห่วงแสนห่วง หนึ่งราชา

หนึ่งเดียวนี้ รวมวิญญาณ์ แสนล้านไทย

( ปรารถนา จริยวิลาศกุล )


กลอนบทที่ 48

พระประดุจบิดาประชาราษฎร์

ทรงมุ่งมาดลูกสุขทุกสมัย

ก้าวพระบาทย่ำดินทั่วถิ่นไทย

ราษฎร์รวมใจน้อมจงรักด้วยภักดี

( ณัฐพร รัตศิลปิน )


กลอนบทที่ 49

ดั่งสายฝนฉ่ำเย็นใต้แผ่นฟ้า

บันดาลพาความสุขทุกถิ่นที่

ธ ทรงคุ้มผองประชาด้วยพระบารมี

พระกรุณาฯ ท้นทวีในใจไทย

( สิริญา ใจบุญ )


กลอนบทที่ 50

รวมทุกแรง ส่งแรงรัก มาร้อยเรียง

รวมทุกเสียง เปล่งเสียงดัง กังวานใส

รวมทุกมือ จับมือไว้ เราคนไทย

รวมทุกใจ ส่งในไป ถึงในหลวง

( ชนินทร์ เหมือนมีวิทย์ )


กลอนบทที่ 51

ผู้พระบาทยาตรไปในแหล่งหล้า

เพื่อดับร้อนผ่อนปัญหาให้ลุล่วง

ฉายพระเนตรส่องนำทางสุขทั้งปวง

ร้อยหัวใจไทยทุกดวงล้วนภักดี

( จันทร์เพ็ญ จันทนา )


กลอนบทที่ 52

ธ เป็นดั่งดวงตะวันของไพร่ฟ้า

ดั่งจันทราอาบหล้าส่องราศี

เกิดเป็นไทยใต้ร่มพระบารมี

หาสุดที่ปลาบปลื้มล้นประมาณ

( กนกพร เพ็ญนารถ )


กลอนบทที่ 53

ทรงห่วงใยใส่ใจไทยทั้งชาติ

มิเคยขาดทุกคืนวันที่พ้นผ่าน

ขอพระชนม์ชีพพ่อหลวงทรงยืนนาน

พ้นแผ้วพานสิ่งที่ร้ายกลายเป็นดี

( อิสรียา ปรีวัน )


กลอนบทที่ 54

สองพระหัตถ์ช่วยกอบกุมโอบอุ้มชาติ

สองพระบาทเหยียบย่างไปทุกถิ่นที่

พ่อของชาติพ่อของไทยในปฐพี

ทุกขวบปีขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

( natchanan klahan )


กลอนบทที่ 55

พระปรีชา สามารถ ของพ่อนี้

ปฐพี ทั่วหล้า พาสรรเสริญ

ทั้งดนตรี และกีฬา ช่างพาเพลิน

ร่วมกันเดิน ตามทาง อย่างพ่อเรา

( จิรวัฒน์ กุมภคาม )


กลอนบทที่ 56

ทรงอุ้มชูทุกชนชาติทุกศาสนา

ทรงเมตตาไม่แบ่งเราไม่แบ่งเขา

หากทุกข์ร้อนพระทรงเร่งบรรเทา

ให้บางเบาหายสิ้นจากถิ่นไทย

( ณัฐมณฑ์ ดีแสวง )


กลอนบทที่ 57

ไทยจำเริญด้วยเดชพระมหาคุณ

ทรงการุณพัดธงไทยให้ปลิวไหว

ทรงรวมเรียงผองไทยให้เป็นไทย

รวมน้ำใจชาวไทยเป็นหนึ่งเดียว

( รัชตะ ทองรวย )


กลอนบทที่ 58

แม้ลำบากกันดารหรือรกร้าง

แม้หนทางห่างไกลหรือลดเลี้ยว

พ่อยังก้าวบุกภูหญ้าสุดป่าเขียว

แม้นิดเดียวไม่เคยบ่นให้เราฟัง

( วิจิตรา บูรพาเดชะ )


กลอนบทที่ 59

ทรงเป็นแสงส่องสว่างนำในใจ

ทรงนำไทยชื่อเสียงก้องสนั่นดัง

รวมไทยเป็นอันหนึ่งเกิดพลัง

เป็นความหวังให้ไทยทุกชีวี

( จุฬาลักษณ์ มหบุญพาชัย )


กลอนบทที่ 60

ขวานไทยไตรรงค์ น้ำเงิน แดง ขาว

เรียกรวมเป็นสยามชาวสุดสุขศรี

หกสิบล้านประสานจิตสดุดี

ทุกนาทีเพื่อในหลวงของปวงไทย

( สัญญา เสาวะใน )


กลอนบทที่ 61

พระทรงนำปวงประชาให้ผาสุข

พระทรงปลุกแรงไทยให้เดินไหว

พระทรงนำพาประเทศก้าวต่อไป

ลูกหลานไทยใจภักดิ์รักสดุดี

( ชุติมา กัลยาประสิทธิ์ )


กลอนบทที่ 62

ร้อยล้านใจ ร่วมร้อย เรียงร้อยกรอง

ร้อยล้านพร ล้านรัก ล้านภักดี

ล้านดวงใจ ห่วงใย พระบารมี

ไทยโชคดี ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

( กนกนุช ศิลปวิศวกุล )


กลอนบทที่ 63

พ่อทรงทุ่ม ใจกาย มิวายเว้น

พ่อทรงเป็น พ่อของไทย มานานเนิ่น

พ่อทรงมอบ ชีวิต จิตจำเริญ

ไทยร่วมเดิน ตามรอยพ่อ ขอทำดี

( ชนาภางค์ พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 64

มหาสมุทรดารานภากาศ

ไพลินมาศเพชรพลอยหลากราศี

หลอมรวมยังไม่เท่าพระบารมี

จอมบดีขวัญชีวีพสกไทย

( วริษฐา จงพูนผล )


กลอนบทที่ 65

ใต้ร่มฟ้า ชาติไทย มีใครเหมือน

ใต้สมุทร ดาวเดือน สว่างใส

ไทยมี ธ พระองค์ ดั่งร่มไทย

พระผู้ให้ ขอชาวไทย สดุดี

( นีรดา พงศ์พิบูลเกียรติ )


กลอนบทที่ 66

เพื่อตอบแทนพระการุณย์ยิ่งใหญ่

ที่ทรงธรรมนำไทยให้สุขี

ขอถวายความรักและภักดี

แด่องค์พระภูมีด้วยดวงใจ

( ธนิศร กัลยาณคุณากร )


กลอนบทที่ 67

เราคนไทย โชคดี ที่มีพ่อ

แม้ทรงเหนื่อย พ่อไม่ท้อ ไม่หวาดไหว

เพราะพ่อหลวง ทรงดูแล ปัดเป่าภัย

พสกไทย สุขี อย่างจีรัง

( เรณุกา ฤทธิเดช )


กลอนบทที่ 68

เรือสำเภา ลำใหญ่ ไหลลิ่วล่อง

ไทยทั้งผอง มีพ่อหลวง เป็นที่ตั้ง

แม้คลื่นลม แรงรุด ฉุดกำลัง

ธ นำไทย ข้ามสู่ฝั่ง ด้วยความดี

( จารุณี ชนะสงคราม )


กลอนบทที่ 69

แม้นต่างถิ่นต่างเชื้อชาติศาสนา

พระองค์หลอมรวมหล้าทุกชีวี

แม้นห่างไกลทรงดำเนินไปทุกที่

พระองค์นี้คือกษัตริย์ยอดราชัน

( ภาคภูมิ โชคอำนวยสุข )


กลอนบทที่ 70

ทั่วแผ่นดิน ถิ่นไทย มีใจภักดิ์

เฝ้าจงรัก พ่อหลวง ไม่แปรผัน

ไทยเป็นไทย อยู่ได้ ในทุกวัน

มีพ่อหลวง เป็นที่มั่น รวมใจไทย

( ปิยวดี อรุณถาวรวงศ์ )


กลอนบทที่ 71

รักในหลวง รักในใจ รักในหลวง

รักในหลวง รักในหลวง รักในใจ

รักในใจ รักในใจ รักในหลวง

รักในหลวง รักในหลวง รักในใจ

( สันติ ลอรัชวี )


กลอนบทที่ 72

บอกรักพ่อ ให้พ่อรู้ ว่าลูกรัก

ลูกประจักษ์ ความรัก ที่พ่อให้

รักของพ่อ หล่อเลี้ยง ชโลมใจ

ลูกเติบใหญ่ ก็เพราะได้ พ่ออุ้มชู

( เยาวภา พรสมุทรสินธุ์ )


กลอนบทที่ 73

ประเทศไทย มีในหลวง เป็นดั่งพ่อ

จะยามเหนื่อย ยามท้อ พ่อยังสู้

มีรอยเท้า ก้าวนำ ให้ตามดู

พาชาวไทย ก้าวสู่ สุขนิรันดร์

( นันทฉัตร พันธเศรษฐ )


กลอนบทที่ 74

ธ ทรงเป็นยิ่งกว่ามหากษัตริย์

ธ โบกปัดความทุกข์ให้สุขสันต์

ธ คือศูนย์รวมใจไทยทั่วกัน

ธ ทรงธรรม์ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

( อภิชญา วรพันธ์ )


กลอนบทที่ 75

พ่อปกครองแผ่นดินอย่างทรงธรรม

แม้นตรากตรำพ่อดูแลมิห่างเหิน

ทั่วทุกถิ่นที่ไกลใกล้ทรงดำเนิน

ขอทรงพระเจริญเป็นมิ่งขวัญพสกนิกร

( ชุลี จุฑากรณ์ )


กลอนบทที่ 76

เรียงร้อยรักจากใจไทยทั้งชาติ

เรียงร้อยราษฎร์จากการทำตามคำสอน

เรียงร้อยธรรมดำรงไทยให้บวร

เรียงร้อยกรองถวายพระพรนิจนิรันดร์

( จุฑามาศ ตั้งจิตทวีชัย )


กลอนบทที่ 77

แปดสิบสองครองใจไทยทั่วหล้า

แปดสิบสองพาไทยเกษมสันต์

แปดสิบสองร้อยใจไทยเข้าด้วยกัน

แปดสิบสองพรรษาทรงพระเจริญ

( พชร สูงเด่น )


กลอนบทที่ 78

จึงร้อยจิตเป็นกวีและพลีให้

ด้วยหัวใจของพสกผู้สรรเสริญ

ขอให้ท่านมีสุขยิ่งเจริญ

เราจะเดินตามดำรัสด้วยมั่นคง

( ธัชชะ ประมวญรัฐการ )


กลอนบทที่ 79

ธ ทรงงานหนักเหลือเพื่อปวงราษฎร์

เพื่อป้องชาติป้องไทยใจประสงค์

บำบัดทุกข์บำรุงสุขทุกแดนดง

ขอพระองค์ทรงเป็นยิ่งมิ่งขวัญไทย

( พลอยโสภิณ เลี่ยวไพโรจน์ )


กลอนบทที่ 80

เพราะไทยมี องค์กษัตริย์ ผู้กล้าแกร่ง

ทุกหยาดแรง พ่อเดินทาง จักไกลใกล้

ฝ่าหุบเขา สายน้ำ แผ่นดินใหญ่

เพื่อชาวไทย เพื่อชาติไทย ได้เจริญ

( ศรีลักษณ์ อนุตรฤกษ์วงศ์ )


กลอนบทที่ 81

พระคุณพ่อมากมายเป็นล้นพ้น

เราทุกคนยกย่องและสรรเสริญ

ทำให้ชาติบ้านเมืองเราเจริญ

จงดำเนินตามรอยพ่ออย่างพอเพียง

( สุรัสวดี เขมะโรจนวงศ์ (และครอบครัว) )


กลอนบทที่ 82

จะกี่ร้อนฝนหนาวหรือภัยแล้ง

พ่อทุ่มเท เรี่ยวแรง พร้อมจะเสี่ยง

กี่ทุกข์สุข ไทยเผชิญ พ่อเดินเคียง

ขอแค่เพียง ไทยร่มเย็น สุขสบาย

( ลลิตภัทร์ ชนะสงคราม )


กลอนบทที่ 83

ร้อยคำพ้อง กลั่นกรอง มาเป็นวรรค

เรียงสลัก สามัคคี มีความหมาย

คือความรัก ของชาวไทย มิวางวาย

ร่วมถวาย ในหลวง องค์ราชัน

( ธีรนัย เลิศอภิรักษ์ )


กลอนบทที่ 84

อันสุขใด ไหนเล่า เท่าสุขแท้

สุขแน่วแน่ พ่อปูทาง อย่างสร้างสรรค์

พ่อสอนไทย รู้จักให้ รู้จักปัน

คำพ่อนั้น ยั่งยืน มิเสื่อมคลาย

( กนต์ธร กลิ่นหอม )


กลอนบทที่ 85

จากหัวใจ ชาวไทย ด้วยใจรัก

ด้วยสมัคร สามัคคี มิรู้หาย

จักจงรัก ภักดี จนชีพวาย

น้อมถวาย พระพร พระภูมินทร์

( ปณาลี เส้งโสด )


กลอนบทที่ 86

จะมีไหม จะหาใคร ในโลกหล้า

เป็นดั่งฟ้า ดั่งน้ำ ของแผ่นดิน

จะหาไหน เหมือนองค์ พระภูมินทร์

ไทยหลั่งริน รักล้น ดั่งฝนใจ

( อิงอร เกียรติศักดิ์ขจร )


กลอนบทที่ 87

แม้ดาราคณานับบนฟากฟ้า

แม้ธารามหาสมุทรสุดกว้างใหญ่

มิอาจเทียบเปรียบดุจน้ำพระทัย

ราษฎร์หลอมใจขอ ธ ทรงพระเจริญ

( บงกช โตสุขุมวงศ์ )


กลอนบทที่ 88

ธ เมตตายิ่งล้ำน้ำจากฟ้า

ปวงประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ

พรสูงล้ำนับคณาข้าฯ ขอเชิญ

พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

( ปาริมา สุดารี )


กลอนบทที่ 89

มาร้อยเรียงร้อยกรองด้วยจงรัก

ลูกจักปักดวงจิตอธิษฐาน

ขอพ่อหลวงอยู่ยืนหยัดยิ่งยืนนาน

ดุจสายธารน้อมนำจิตนิจนิรันดร์

( สมชาย โชตินพคุณ )


กลอนบทที่ 90

น้อมดวงจิตชาวไทยในสยาม

มิอาจห้ามความเทิดทูนพระองค์ท่าน

ยิ่งเพิ่มเติมความภักดีอเนกอนันต์

โปรดทรงเป็นมิ่งขวัญนานเท่านาน

( กุลณัฐ สูงเด่น )


กลอนบทที่ 91

ในวันที่พ่อเราทรงเฒ่าแก่

ขอเพียงแค่เราร่วมจิตอธิษฐาน

ขอพรพระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในใดกาล

ขอพ่อจงทรงสำราญพระหฤทัย

( สุรัชนี ตันตระกูล )


กลอนบทที่ 92

ขอโรคภัยไกลองค์พระทรงบาท

ทุกข์นิราศบาทองค์ทรงไสว

ขอล้นเกล้าเปี่ยมพระพลานามัย

เป็นมิ่งขวัญชาวไทยในแผ่นดิน

( ธนธีร์ธาญ สุภาพรเหมินทร์ )


กลอนบทที่ 93

ดั่งสายฝนหยาดลงดินทุกแหล่งหล้า

หยาดรดมาสู่ชาวไทยมิรู้สิ้น

พระเมตตาจากหยาดฟ้าสู่ธุลีดิน

ตราบชีพสิ้นจักจงรักมิรู้คลาย

( ปาริมา สุดารี )


กลอนบทที่ 94

โปรดชาวไทยรวมใจร่วมจงรักษ์

พร้อมเพรียงภักดิ์สามัคคีมิหวั่นไหว

เพื่อแสนยาคงอยู่คู่ฟ้าไทย

คู่แผ่นดินคู่ธารใสไปชั่วกัลป์

( พัทธ์ธีรา ทรัพย์บุญมี )


กลอนบทที่ 95

ในโลกนี้สุขใดไหนจะเท่า

เหมือนอย่างเราที่ได้เกิดเป็นลูกท่าน

ขอพระองค์ทรงสำราญทุกคืนวัน

เป็นมิ่งขวัญเหล่าประชาเท่านานเทอญ

( ธนวัฒน์ เทียมทัด )


กลอนบทที่ 96

ร้อยดวงใจ ร่วมกัน ร้อยความรัก

ร่วมพร้อมพรัก ร้อยคำกลอน มาสรรเสริญ

ร้อยคำพร เทพเทวา ขออัญเชิญ

ถวายพร ทรงพระเจริญ พ่อหลวงไทย

( ธนพร หิรัญเลิศประเสริฐ )


กลอนบทที่ 97

หลอมดวงใจไทยทั้งหล้ามานบบาท

พระอัครมหาราชอดิศัย

ลุเฉลิมชนม์พรรษาถวายชัย

จงสำราญพระหฤทัยนิรันดร์กาล

( พิมพ์ทอง สุขสมจิตร )


กลอนบทที่ 98

น้อมถวายชัยมงคลดลประสิทธิ์

สุขสถิตปรีดิ์เปรมเกษมศานต์

นบพรชัยเทวัญดลบันดาล

โรคภัยพาลผ่านพ้นชนม์ยั่งยืน

( อุบล ปรีชา )


กลอนบทที่ 99

พระคือพ่อ ของไทย ในทุกหล้า

พระราชา บารมีปรก ทุกภพพื้น

พระมิ่งขวัญ ของชายไทย ทุกวันคืน

ทั่วฟ้าฟื้น แซ่ซ้องพระองค์ ทรงพระเจริญ

( วิรัชสิรี ไกลค้างพลู )


กลอนบทที่ 100

ธ คือปิ่นนคราไทยประเทศ

ธ คือเกศร่มเกล้าเราสรรเสริญ

ธ ร่มเย็นแผ่กว้างทุกทางเดิน

ธ ดำเนินดับร้อนผ่อนทุกข์ภัย

( ภญ.ดร.พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร )